แว๊กขนมีข้อดีข้อเสียในการทำอย่างไร และทำอย่างไรบ้าง

เรื่องขน เป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายๆ คน โดยเพาะขนที่ขึ้นอยู่ในจุดที่เร้นลับ อย่างเช่น ในบริเวณรักแร้ หรือในบริเวณพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบางครั้งเจ้าพวกขนเหล่านี้ ก็สร้างความมั่นใจให้แก่ใครหลายๆ คน เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยามที่จะต้องแต่งชุดบิกินี่, ชุดว่ายน้ำ หรือชุดต่างๆ ที่มีการโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย นอกจากนี้บางคน ก็ยังเป็นคนที่มีขนดกหนาดำมาก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณขนหน้าแข้ง, ขนขา, ขนแขน ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในทางเลือกที่นำมากำจัดขนในปัจจุบันนี้ และเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ก็คือการแว๊กขนนั่นเอง สำหรับการแว็กขนนั้น มีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไรบ้างและขั้นตอนในการทำเป็นอย่างไร มีความเจ็บปวดมากหรือไม่ วันนี้เราก็ได้นำข้อมูลมาฝากคุณผู้อ่านกันแล้ว

แว็กซ์ขนมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร 1

การแว็กซน ช่วยกำจัดขนได้อย่างล้ำลึก

สำหรับการแว๊กขน ก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ที่สร้างมาเพื่อกำจัดขนโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อแว็กข้นๆ หนาๆ และแน่นอนว่ามีความเหนียว ซึ่งก็ต้องนำเนื้อแว๊กมาป้ายในบริเวณผิวที่คุณต้องการ กำจัดขนให้หลุดออกไป หลังจากนั้นก็ให้คุณผู้อ่าน นำผ้าที่ใช้ควบคู่กับแว็กนั้น มาแปะลงบนเนื้อแว็กซ์ให้แนบสนิทไร้ฟองอากาศ หลังจากนั้นก็ใช้แรงกระชากในการดึงเส้นของขึ้นมา

สำหรับการกำจัดขนด้วยการแว็กนี้ มีข้อดีหลายประการเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดึงขนให้หลุดออกมาทั้งราก จึงทำให้ขนใหม่ที่ขึ้นมานั้นขึ้นช้า และขึ้นมาในขณะของขนอ่อน จึงทำให้ไม่เป็นแผลเป็นตอ แข็ง เมื่อขนขึ้นแล้วรู้สึกคัน เหมือนกับการโกนขนนั่นเอง สำหรับแว็กที่ใช้ในการกำจัดขน ณ ปัจจุบันนี้ ก็มีทั้งแว็กเย็นและร้อน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนั้นมาดูข้อมูลเหล่านี้กัน

แว็กร้อน คือ

สำหรับแว็กซ์ร้อน คุณจะต้องนำผลิตภัณฑ์นี้ไปอุ่นให้เกิดความร้อนก่อน ด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม ถึงค่อยนำมาลอกขนของคุณแล้ว เมื่อแว็กได้ที่ก็นำมาทาที่บริเวณผิวหนังในส่วนที่ต้องการกำจัด และให้คุณรีบน้ำผ้าที่ใช้กับแว็กนั้นมาแปะลงบนเนื้อแว็กให้แนบสนิทในทุกๆ จุด  หลังจากนั้นคุณก็รอให้แว็กเซ็ตตัวสักครู่หนึ่งก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยดึงผ้าขึ้นมาด้วยความเร็วและแรง เรียกได้ว่ากระชากเลยทีเดียว เพราะว่าถ้าคุณยิ่งดึงช้า คุณจะยิ่งสัมผัสได้ถึงความเจ็บมากเท่านั้น แต่ถ้าคุณดึงเร็วแรงกระชากขนจะหลุดออกมาได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเลยทีเดียว และแน่นอนว่าในส่วนของความเจ็บนั้น ก็จะไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่ก็อาจจะรู้สึกแสบบ้างนั่นเองค่ะ

แว็กเย็น คือ…

สำหรับแว็กประเภทนี้ มีข้อดีคือ สามารถใช้ได้ทันที ไม่ต้องอุ่น โดยให้คุณนำเนื้อแว๊กนั้น มาทาในบริเวณผิวหนังที่คุณต้องการ หลังจากนั้นก็แปะแผ่นผ้าทับลงไป ถ้าเตรียมใจพร้อม ก็สามารถดึงกระชากได้เลยทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้แว็กเซ็ทตัวก่อน เนื่องจากว่าแว็กเย็นนี้ มีส่วนผสมของน้ำตาลและน้ำผึ้ง เข้ามาผสมผสานในกระปุกเดียวอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ต้องอุ่นให้เกิดความร้อนนั่นเองค่ะ

ข้อดีและข้อเสียของการใช้แว็กร้อน

  • เส้นขนที่งอกขึ้นมาใหม่นั้น จะมีทั้งความนิ่ม และบางลงมาก ทำให้ลดความดกของเส้นขนลง เนื่องจากว่าเป็นการขุดรากถอนโคนนั่นเอง
  • มีความคุ้มค่ามาก เพราะแว็กซ์ 1 กระปุกนั้น สามารถใช้ได้อย่างยาวนานมากจนกว่าจะหมดเกลี้ยง
  • สามารถถอนขน ได้แบบสะใจ ดึงออกมาได้ทุกเส้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นอ่อน, เส้นหนา, เส้นบาง รับรองว่าถูกใจคนที่ต้องการกำจัดขนจนหมดเกลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะวิธีนี้ให้ผลดีมาก
  • แต่อย่างไรก็ตามสำหรับแว็กร้อนนั้น คุณจำเป็นที่จะต้องนำไปอุ่นร้อนในไมโครเวฟก่อน เพราะฉะนั้นถ้าคุณพึ่งเป็นคนซื้อมาใช้ก็อาจจะกะอุณหภูมิไม่เป็น โดยอุณหภูมิถ้าร้อนจนเกินไป หรือเย็นเกินไป ก็ไม่ดีทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะนำมาทาในพื้นที่ขนาดใหญ่นั้น ให้คุณเทสเสียก่อน ด้วยการใช้นิ้วป้ายเพื่อทดสอบอุณหภูมิ เนื่องจากถ้าแว็กนั้น มีความร้อนจนเกินไป แล้วคุณเผลอทาเข้าไปแบบเต็มที่ ก็อาจจะทำให้ผิวของคุณนั้นเกิดความเจ็บแสบได้ หรือถ้าอุณหภูมิเย็นจนเกินไป เมื่อทาไปแล้วขนหลุดออกมาไม่ดีตามที่ต้องการนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของแว็กเย็น

  • ข้อดีข้อแรก คือ มีความสะดวกรวดเร็ว เพราะสามารถนำมาแว๊กขนได้เลยทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้อง นำไปอุ่นร้อนและไม่ต้องรออุณหภูมิได้ที่ก่อน จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลา นำมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือยังกะอุณหภูมิของแว็กร้อนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นัก
  • หากแต่อย่างไรก็ตาม แว็กเย็นนั้น ไม่เหมาะกับการทำในจุด ที่มีความบอบบาง เนื่องจากว่าหลังจากที่ทำนั้นจะมีความแสบกว่าร้อนมาก
  • ต้องของบอกคุณผู้อ่านก่อนเลยว่า แว็กซ์เย็นนั้นไม่ค่อยมีความเหนียวเท่ากับแว็กซ์ร้อน เพราะฉะนั้นถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนที่มีเส้นขนเยอะ หนาแน่น เส้นขนรากแข็งแรง ดึงออกยาก ผิวหยาบกร้าน ก็อาจจะทำให้ดึงขนออกมาเพียงครั้งเดียวหลุดไม่หมด คราวนี้ก็จะต้องมานั่งเก็บเส้นขนไปทีละจุด จนกว่าจะเป็นที่น่าพอใจนั่นเอง
  • ถ้าคุณดึงผิดวิธี เช่น ดึงช้าเกินไป หรือดึงคนล่ะทางกับการงอกของเส้นขอน ก็จะทำให้ผิวเกิดการอักเสบได้จนกระทั่งเกิดเป็นรอยแดงขึ้นมานั่นเอง

แว็กซ์ขนมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร 2
**
คำเตือน การกำจัดขนด้วยการแว็ก ไม่ว่าจะเป็นแว็กประเภทไหน ก็ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางเป็นอย่างยิ่ง

การดูแลผิวหลังจากการแว๊ก

ไม่ว่าคุณจะเลือกการแว็กในรูปแบบไหน คุณก็จะต้องดูแลผิวตัวเองด้วย ขั้นตอนเหล่านี้ เพื่อให้ผลลัพธ์นั้นออกมาดีที่สุด…

ก่อนที่คุณจะทำการแว็ก ก่อนอื่นให้คุณทำความสะอาดบริเวณผิวหนังเสียก่อน เพื่อให้มีประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยการนำผิวบริเวณนั้นไปล้างทำความสะอาดน้ำอุ่น พร้อมทั้งถูสบู่ เพื่อทำให้รูขุมขนเกิดการขยายตัว ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และยังเป็นการช่วยกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปด้วย และหลังจากที่คุณทำการแว็กแล้ว ก็ให้ทำความสะอาดผิวในบริเวณนั้นด้วยเช่นเดียวกัน ก็จะทำให้เส้นขนที่คงค้างต่างๆ  ออมาด้วย เสร็จแล้วให้คุณนำผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม มาซับผิวในบริเวณนั้นอย่างอ่อนโยน

เนื่องจากผิวหลังจากที่แว็กไปแล้ว ก็จะเกิดความอ่อนแออยู่แล้ว เพราะนั้นเพื่อให้คุณป้องกันการอักแสบ ก็อย่าลืมทาออยที่มีความอ่อนโยน เบา ไม่หนักผิว ก็จะทำให้ผิวของคุณเกิดความชุ่มชื้นขึ้นมาได้ และได้รับการบำรุงไปพร้อมๆ กัน ไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบรุนแรง หรืออาการระคายเคืองตามมานั่นเอง เพราะผิวที่มีความอักเสบ ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดขนคุดได้

หลังจากแว็กขนไปแล้ว สามารถสครับผิวได้หรือไม่

แน่นอนว่าสครับได้ค่ะแถมดีด้วย หากแต่อย่างไรก็ตามเนื้อสครับที่เราอยากจะแนะนำให้ผู้ที่แว๊กขนใช้นั้น จะต้องเป็นเนื้อสครับขนาดเล็ก ที่ไม่บาดผิวจนเกินไป เพื่อที่จะได้ไม่สร้างความอัดแน่นให้แก่ดูขน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรที่จะขัดบ่อยจนเกินไป และอย่ากระทำด้วยความรุนแรง ถึงแม้ว่าคุณจะต้องใช้เนื้อที่มีความละเอียดแล้วก็ตาม เนื่องจากว่าอาจส่งผลทำให้ผิวเกิดความแห้งตึงจนเกินไป และเกิดการอักเสบได้นั่นเอง

สำหรับการแว๊กขนตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ณ ปัจจุบันนี้ ก็สามารถใช้ได้ในเกือบทุกๆ ส่วนของร่างกาย เลยทีเดียวเนื่องจากสามารถทะลุทะลวงเข้าไปในรูขุมขนต่างๆ ได้ดีกว่าการใช้มีดโกน อีกทั้งขนอ่อนยังขึ้นช้ากว่า บางกว่า เป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าคุณผู้อ่านสนใจอยากจะเปลี่ยนจากการโกนขน มาเป็นการแว๊กขน ก็อย่าลืมศึกษาอุณหภูมิของรัฐต่างๆ ให้ดีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะมีคำแนะนำเขียนอยู่บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ให้คนอ่านให้เข้าใจอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ใช้งาน ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่ดี ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังคุณนั่นเองค่ะ