เคล็ดลับสุดเจ๋ง แก้ปากแห้ง ให้ริมฝีปากดูชุ่มชื้น

ริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มชุ่มชื่นดูสุขภาพดีเป็นริมฝีปากที่หลายๆคนต้องการ แต่หากคุณเป็นคนที่ริมฝีปากแห้งอยู่บ่อยๆ แม้กระทั่งหน้าร้อน หน้าฝนที่มีอากาศชื้นก็ยังแห้ง ทาอะไรก็ดูไม่สวยริมฝีปากหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ลิปมันก็ทาจนหมดหลอดยังไม่ช่วยสักนิด มาดูเคล็ดลับที่หามาให้กันก่อนรับรองริมฝีปากต้องสวยขึ้นจนผิดหูผิดตาเลยทีเดียว

ปากแห้ง ดูแลอย่างไรให้ปากกลับมาชุ่มชื้น 1

สาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง

เรามาดูกันสิว่า สาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้งนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ทำให้ปากแห้งอีกนั่นเอง

1.การเลียริมฝีปาก

ในน้ำลายของคนเรามีเอนไซน์ในการช่วยย่อยอาหารเพราะเป็นด่านแรกของการย่อย ดังนั้นเมื่อคุณมีพฤติกรรมที่ชอบแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองบ่อยๆละก็ นั่นไม่ได้ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้นแต่เสมือนเป็นการไล่ความชุ่มชื่นของริมฝีปากออกไปเสียมากกว่า

2.อากาศ

แม้ว่าเป็นหน้าร้อนแต่หากคุณต้องทำงานในห้องแอร์ตลอดเวลา นั้นก็เป็นการทำให้ริมฝีปากแห้งได้เช่นกัน และถ้าหากคุณต้องตากแดดเป็นเวลานานก็ทำให้เกิดการแห้งขึ้นเช่นกัน เพราะแสงแดดจะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการแห้งแตกได้ รังสียูวีที่มากับแสงแดดจะเป็นตัวการที่ทำให้เม็ดสีถูกทำลายและริมฝีปากแห้งได้

3.น้ำในร่างกายไม่เพียงพอ

การดื่มน้ำไม่เพียงพอก็ทำริมฝีปากแห้งได้เพราะความชุ่มชื่นของร่างกาย 70%  หากขาดไปสิ่งที่จะกระทบก่อนเป็นอย่างแรกก็คือผิวหนัง ซึ่งก็รวมถึงริมฝีปากด้วยเพราะริมฝีปากเป็นจุดที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกาย หากทาลิปมันเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเรียบเนียนแสดงว่าร่ายกายต้องขาดน้ำแน่นอน

4.ขาดสารอาหาร

วิตามินซี และวิตามินบี เป็นวิตามินสำคัญที่ทำให้ผิวหนังของคุณมีสุขภาพที่ดีเพราะริมฝีปากที่ผิวหนังที่บอบบางมากหากขาดวิตามินจนเป็นโรคลักปิดลักเปิด หรือปากนกกระจอก ก็จะทำให้เกิดอาการริมฝีปากแห้งแตกได้อีกด้วย

5.อายุ

เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนในร่างกายก็เริ่มถดถอยทำให้เกิดความเหี่ยวย่นของผิวหนังไม่เว้นแม้แต่ริมฝีปากที่จะเริ่มแห้งและเหี่ยวไปด้วย แต่ถ้าหากได้รับการดูแลที่ดีก็ย่อมชะลอความแห้งลดไปได้เช่นกัน

6.ความผิดปกติของร่างกาย

อาการร้อนในทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนทำให้เกิดความแห้งของริมฝีปากเพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำไปเป็นจำนวนมากอย่างง่ายๆทำให้ผิวหนังและริมฝีปากเกิดการแห้งขึ้นสามารถดื่มน้ำตะไคร้ หรือน้ำเฉาก๊วยเพื่อแก้อาการร้อนในได้ดีทีเดียวแถมรสชาติยังอร่อยทานได้ตลอดเวลาแต่ต้องระวังเรื่องความหวานสักนิด

7.ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก

มักจะเกิดเมื่อเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนยี่ห้อของยาสีฟันที่ใช้อยู่ประจำไปใช้ยี่ห้อใหม่ เพราะในยาสีฟันต้องใส่ฟลูออไรด์หรือแอลกอฮอลล์เป็นส่วนผสม และบางยี่ห้อก็ใส่ส่วนผสมเยอะเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตทำให้เกิดอาการแพ้ หรือแม้กระทั่งน้ำยาบ้วนปากที่บางคนแพ้กลิ่น เมนทอลทำให้เกิดอาการปากแห้งได้

วิธีรักษาเมื่อยามริมฝีปากแห้ง

ริมฝีปากแห้ง สามารถรักษาได้ไม่ยาก ซึ่งใครที่มีปัญหาปากแห้ง ก็ลองมาทำความวิธีเหล่านี้กันเลย แล้วจะช่วยแก้ปัญหาได้ดีอย่างแน่นอน

ปากแห้ง ดูแลอย่างไรให้ปากกลับมาชุ่มชื้น 2

1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มให้เพียงต่อความต้องการของร่างกายจะช่วยให้ผิวพรรณทั่วร่างกายมีความชุ่มชื่น โดยดื่มน้ำวันละ8-12 แก้ว โดยต้องเป็นน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง หากต้องการเพิ่มความแปลกใหม่อาจใส่เป็นน้ำสมุนไพรที่สามารถทานได้โดยไม่ต้องใส่น้ำตาล หรือทานอุ่นๆได้เช่น ชาตะไคร้ ชาใบเตย ชาคาโมมาย หากต้องการจิบได้ทั้งวันแนะนำเป็นชามะลิหอมๆก็สามารถใช้จิบได้ทั้งวันโดยไม่เพื่อได้ แต่หากชอบทานน้ำเย็นแล้วยังไม่พร้อมสำหรับการดื่มน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้องขอแนะนำให้ทำน้ำผักผลไม้รวมแช่เย็นไว้ดื่มระหว่างวันก็ได้ประโยชน์ไม่แพ้กัน

2.งดการเลียปาก

คุณควรพกทิชชู่ที่ใช้สำหรับการเช็ดหน้าติดตัวไว้เสมอ เพราะบางครั้งการดื่มกาแฟ หรือนมอาจทำให้ดูเลอะเทอะ การใช้มือเช็ดก็ดูไม่สุภาพคุณอาจใช้การเลียริมฝีปากเพื่อเก็บคราบต่างๆที่ทานเข้าไป พฤติกรรมแบบนี้หยุดซะเถอะเพราะเป็นการทำร้ายริมฝีปากที่ใกล้ตัวที่สุด ลองเปลี่ยนจากการใช้ริมฝีปากเป็นการซับด้วยทิชชู่ หรือมุมผ้าเช็ดหน้าที่คุณพกไว้ติดตัวตลอดก็ได้

3.สครับปาก

ริมฝีปากก็ควรได้รับการขัดเฉกเช่นผิวส่วนอื่นๆเหมือนกัน หากไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร คุณลองเข้าบูตเครื่องสำอางค์จะมีลิปบาร์มที่ใช้สำหรับสครับริมฝีปากโดยเฉพาะคุณสามารถซื้อมาใช้ได้เลย พกพาง่ายทำได้ทุกวันอีกด้วย แต่หากใครต้องการสูตรที่เป็นธรรมชาติเราก็มีมาให้เช่นกันไปดูกันได้เลย

  • เบกกิ้งโซดา+น้ำผึ้ง

นำทั้งสองอย่างผสมรวมกันแล้วขัดวนเบาๆที่ริมฝีปากจนทั่วโดยใช้ส่วนผสมหนึ่งต่อหนึ่ง เพื่อขัดไปสักพักก็ให้ล้างน้ำออก แล้วทาด้วยลิปบาร์ม

  • กาแฟ+น้ำตาลทราย+วาสลีน

ใช้กากกาแฟ หากหาไม่ได้ให้ใช้เป็นผงกาแฟที่ใช้ชงกาแฟดำโดยใช้ผงกาแฟที่ ¼ ช้อน น้ำตาลทราย 2 ช้อน (ใช้ช้อนขนาดเดียวกัน)และวาสลีน(ไม่ต้องนำไปทำละลาย) คนให้เข้ากันแล้วนำมาขัดริมฝีปากให้ทั่วจนกระทั่งน้ำตาลละลายเน้นว่าขัดเบาๆ เสร็จแล้วให้เช็ดออก หรือหากรู้สึกเหนียวเกินไปก็ล้างออกได้แล้วทาด้วยลิปบาร์มซ้ำ

  • น้ำตาลทราย+น้ำมะนาว

ใช้น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา มะนาว 1ซีก ผสมกันเสร็จแล้วนำมาขัดให้ทั่วจนกระทั่งน้ำตาลละลายเสร็จแล้วจึงล้างน้ำออกให้สะอาด ซึ่งวิธีนี้ก็ทำง่ายมาก และช่วยแก้ปัญหาปากแห้งลอกเป็นขุยได้ดีทีเดียว ดังนั้นลองทำกันดู

  • เกลือ+น้ำผึ้ง

ใช้เกลือที่เป็นเม็ดละเอียดสลากสีฟ้า เพราะเกลือสมุทรยังมีเหนือที่ค่อนข้างหยาบไปสักนิดสำหรับริมฝีปาก ผสมเกลือกับน้ำผึ้งคนอย่าให้เม็ดเกลือละลายเสร็จแล้วนำมาขัดที่ริมฝีปากจนกระทั่งเกลือละลายแล้วจึงล้างริมฝีปากให้สะอาด

  • ผงขมิ้น+นมสด

ผงขมิ้น1ช้อนชา นมสด ¼  แก้ว ผสมให้เข้ากันแล้วนำมานวดที่ริมฝีปาก มาร์กทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างให้สะอาดคุณก็ได้ริมฝีปากที่เนียนนุ่ม อมชมพู

  • น้ำตาลทรายแดง+น้ำผึ้ง+น้ำมันมะกอก

นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมในปริมาณเท่าๆกันเสร็จแล้วนำมาสครับริมฝีปากให้ทั่ว เมื่อทั่วดีแล้วจึงล้างออกแล้วทาลิปบาร์มซ้ำอีกที

  • น้ำตาลทราย+น้ำมันมะพร้าว+น้ำผึ้ง

ผสมส่วนผสมทั้งหมดโดยอย่าให้น้ำตาลทรายละลายเป็นน้ำ สามารถทำในปริมาณที่มากเพื่อเก็บไว้ใช้เมื่อยามที่ต้องสครับปากได้โดยเก็บใส่กระปุกแล้วแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาเมื่อต้องการใช้ก็นำมาขัดปากให้ทั่วเมื่อขัดเสร็จก็ให้ล้างน้ำออกซึ่งใช้น้ำอุณหภูมิห้องก็เพียงพอ

4.ทาลิปบาล์ม

ลิปบาล์มมีหลายอย่างที่สามารถใช้ทาเพื่อป้องริมฝีปากแห้งได้ ไม่ว่าจะเป็นวาสลีนกระปุกใหญ่ น้ำมันมะพร้าว สีผึ้งแบบที่คนโบราณใช้กัน แต่หากมีอาการแห้งจนถึงขั้นแตกจนเลือดซิปแล้วละก็ขอแนะนำ ขี้ผึ้งแม่เลียบซึ่งจะเป็นตัวยาแบบโบราณวิธีใช้ก็แค่ควักตัวขี้ผึ้งขึ้นมานวดสักนิดแล้วใช้วิธีการแตะๆไปที่ริมฝีปากที่มีปัญหาเสร็จแล้วก็สามารถเข้านอนได้ตามปกติเพราะแม่เลียบจะเป็นยาสมุนไพรในการช่วยให้แผลที่ปากหายและริมฝีปากชุ่มชื่นขึ้น

เมื่อมีวิธีที่จะช่วยให้ริมฝีปากคุณสวยอิ่ม เนียนนุ่มได้แล้วคุณจะยังลังเลไม่ยอมทำอีกหรือ วิธีเหล่านี้ค่อนข้างง่ายและวัสดุอุปกรณ์ก็หาได้ง่ายทั้งภายในครัวเรือนและตามร้านขายยาหรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ รีบบำรุงตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่าปล่อยให้แห้งแตกแล้วค่อยรักษานะ