เคล็ดลับดูแลผิวหน้า ให้หน้าใสไร้สิว

หนึ่งในความปรารถนาของใครหลาย ๆ คน ในเรื่องของผิวพรรณแล้ว  แน่นอนว่าจะต้องเป็นเรื่องของผิวใสไร้สิว ไร้ริ้วรอย ไร้จุดด่างดำ และรอยแดงต่าง ๆ สำหรับบางคนนั้น ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีอายุมากแล้ว ไม่ได้อยู่ในช่วงที่วัยฮอร์โมนกำลังพุ่งพล่าน แต่สิวก็ยังคงลุกลามอาณาเขต บนผิวหน้าอยู่อย่างไม่ลดละ จนกระทั่งทำให้รู้สึกเกิดความท้อในการรักษาสิว

สำหรับบางคนนอกจากจะต้องรักษาสิวแล้ว ยังจะต้องมารักษารอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว อีกต่างหาก ทำให้ไม่ค่อยมีช่วงหน้าใสสักเท่าไหร่ จะออกไปข้างนอกก็ไม่ค่อยมั่นใจ ถ้าไม่แต่งหน้าปกปิด ก็จะต้องใส่มาร์ค เพื่ออำพรางรอยสิวบนใบหน้าเพื่อแก้ไขเหล่าปัญหานี้ ให้แก่คุณเราจะมาแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวหน้า ให้มีความสวยงามห่างไกลจากรอยสิว หรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจเลยทีเดียว

ดูแลผิวหน้าอย่างไรให้หน้าใสไร้สิวตลอดกาล 1

หมั่นล้างมือให้สะอาด

คุณอาจจะเกิดความสงสัยว่า การล้างมือให้สะอาด เกี่ยวอะไรกับการรักษาสิวบนใบหน้า แน่นอนค่ะ ว่ามีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง โดยมือของเรานั้น เป็นอวัยวะอีกส่วนหนึ่ง ที่มีความสำคัญมาก ๆ เพราะในแต่ละวัน ต้องใช้มือในการจับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกบิดประตู จับราวบันได ใช้มือในการคลิกเมาส์ พิมพ์คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การเข้าห้องน้ำ ซึ่งทำให้มือของเรานั้นมีการสะสมเชื้อโรค แบคทีเรียต่าง ๆ เอาไว้มากมาย และบางเราจะนำมือไปแค่แกะเกา หรือจับใบหน้าโดยที่ไม่ทันรู้ตัว จึงทำให้ใบหน้าเกิดสิวขึ้นมา เพราะฉะนั้นการล้างมือให้สะอาด จะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันสิวอันดับแรก

และวิธีล้างมือที่ดีที่สุด คือ ใช้เวลาล้างประมาณ 20 วินาที ถูให้สะอาดทุกซอกทุกมุม เพื่อที่จะได้กำจัดเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ออกไปให้เกลี้ยง แต่ถ้าคุณต้องทำงานนอกสถานที่ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่มีสบู่กับน้ำล้างมือเลย ก็แนะนำให้พกแอลกอฮอล์แบบฉีด ก็จะช่วยทำความสะอาดมือได้อีกทางหนึ่ง

วิธีรักษาสิวเบื้องต้นด้วยตัวเอง 2

พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว

สำหรับสูตรพอกหน้านี้ เป็นสูตรพอกหน้าแบบใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ซึ่งหาได้ง่ายมาก ๆ สำหรับน้ำผึ้งนั้นเป็นเครื่องประทินผิวที่มีตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยคุณสมบัติของน้ำผึ้ง ที่นำมาใช้กับผิวหน้านั้น จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี และช่วยทำให้ใบหน้านุ่มนิ่มแลดูอ่อนเยาว์อีกด้วย ส่วนมะนามนั้น มีรสเปรี้ยวซึ่งมีส่วนประกอบของกรด AHA ซึ่งเป็นกรดจากธรรมชาติ และด้วยคุณสมบัติของกรดชนิดนี้ จะช่วยปรับผิวทำให้เซลล์ภายนอกนั้น หลุดออก และตายได้เร็วขึ้น ซึ่งก็จะช่วยเผยผิวชั้นในที่เรียบเนียนออกมา

หลังจากที่กำจัดสิวไปแล้วคราวนี้ก็จะเหลือแต่แผล หรือรอยจุดด่างดำต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ อยากจะกำจัดออกไปให้เร็วที่สุด คุณก็สามารถใช้สูตรน้ำผึ้งผสมมะนาว ในการพอกหน้าได้ สัปดาห์ละ 3 ครั้งและแนะนำว่าให้พอกหน้าก่อนอาบน้ำ และเข้านอนนะคะ เพราะว่ากรดของน้ำมะนาวนี้ ก็จะทำให้เกิดความบาง ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถ้าคุณพอกก่อนที่จะออกไปข้างนอก จะต้องเผชิญกับแสงแดด ก็อาจจะทำให้ผิวของคุณนั้นไวนั่นเอง

ยับยั้งการเกิดสิวใหม่ด้วยผงขมิ้น

สำหรับผงขมิ้นนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรของไทย ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ นอกจากการประกอบอาหาร และช่วยกำจัดสิวตัวร้ายได้เป็นอย่างดี โดยคุณสมบัติของขมิ้นนั้น คือ สมุนไพรที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้สิวอักเสบต่าง ๆ เมื่อเจอกับขมิ้นแล้ว ก็จะยุบตัวลงไปได้อย่างเห็นผล

วิธีใช้ก็คือ ให้คุณนำผงขมิ้นมาผสมน้ำผึ้ง และนมสดเพียงเล็กน้อย คนส่วนผสมให้เข้ากัน โดยจะต้องมีลักษณะข้นหนืด เพราะว่าส่วนผสมจะได้เกาะหน้าได้ดี หลังจากนั้น ก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ทำอย่างต่อเนื่อง 1-2 เดือน  ผิวหน้าของคุณจะมีความเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเกิดสิวใหม่ได้อย่างชะงัดนักแล

เลือกครีมทาหน้ารักษาสิวที่เห็นผล

นอกจากการมาร์คหน้า ขัดหน้าแล้ว อีกหนึ่งวิธีในการรักษาสิว ที่จะทำให้ใบหน้าใส ห่างไกลสิว ที่เห็นผลอย่างชัดเจนก็คือการเลือกผลิตภัณฑ์ครีมหน้าใส และรักษาสิว ในปัจจุบันนี้มีวางขายมากมายหลายแบบ มีส่วนผสมที่แตกต่างกันไป ซึ่งครีมที่เราอยากจะแนะนำให้คุณผู้อ่านที่มักจะเป็นสิวใช้ เป็นครีมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติแบบสุด ๆ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมแรงจนเกินไป หรือไม่มีกลิ่นน้ำหอมเลยจะดีที่สุด รวมทั้งต้องไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะว่าแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวแห้ง และอาจจะส่งผลทำให้เกิดการสิวเห่อมากขึ้นไปอีก อีกทั้งยังต้องไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย เพราะว่าสารกันเสียก็เป็นอีกตัวหนึ่ง ที่จะทำให้ผิวของเรานั้นเกิดสิวขึ้นมาได้

สำหรับครีมรักษาสิว ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ จะเป็นเนื้อครีมมีลักษณะนี้ครีมเข้มข้นก็ได้ หรือจะเป็นลักษณะของเซรั่ม ที่ช่วยในการกำจัดสิวรอยสิวต่าง ๆ ก็ได้ ซึ่งคุณสามารถดูรีวิวได้จากหลาย ๆเว็บไซต์เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ และกรด AHA ซึ่งจะทำให้ผิวคุณนั้นนุ่มชุ่มชื้นไม่แห้ง ส่วนกรด ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สครับหน้าด้วยโยเกิร์ต

คราวนี้เราก็มาดูวิธีสครับแบบง่าย ๆ กันบ้าง โดยการสครับผิวหน้าของเรานั้น จำเป็นที่จะต้องใช้เนื้อสครับ ที่มีความเนียนละเอียด มีความอ่อนนุ่ม ไม่แข็งจนเกินไป ซึ่งก็อาจจะทำให้บาดผิวได้ และเมื่อบาดผิวแล้ว ก็จะทำให้เป็นแผลอักเสบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร หรืออาจจะยิ่งทำให้สิวเห่อมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ สูตรโยเกิร์ตนี้ จะช่วยทำให้ใบหน้ารู้สึกเย็น ลดความหมองคล้ำ รวมทั้งช่วยกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่

โดยให้คุณผู้อ่านนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไปแช่เย็นหลังจากนั้นตักมาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับเกลือป่นอีก 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นก็นำมาสครับผิวได้เลย หลังจากที่คุณสครับจนพอใจแล้ว ก็ให้หมักผิวทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จึงค่อยล้างออกคุ ณจะสัมผัสได้ถึงหน้าที่เนียนนุ่มเย็นสบาย และช่วยลดอาการบวมแดงของสิวได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับการสครับผิวนี้ไม่ต้องทำบ่อยนัก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ

อย่านำผิวไปตากแดด

คุณผู้อ่านหลาย ๆ คน มีความเข้าใจว่า การที่เรานำใบหน้าไปตากแดดเป็นระยะเวลานานนั้น จะทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ ดำอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ความจริงแล้ว การนำใบหน้าไปตากแดด ในระยะเวลานาน ก็จะทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้ากระต่าง ๆ แล้ว ก็ยังเป็นการทำลายคุณสมบัติที่ดีของผิวลึกถึงชั้นใน ซึ่งก็จะก่อให้เกิดความเหี่ยวย่นหย่อนยาน เร็วกว่าอายุจริงรวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นสิวให้เบ่งบานมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผิวที่มีสิว หรือไม่มีสิวอย่างไรก็ตาม

การทาครีมกันแดดนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว หากแต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ผิวของคุณที่มีความอ่อนโยนบอกบางแพ้ง่ายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณก็จะต้องเลือกครีมกันแดด ที่มีลักษณะเนื้อเบาบาง สามารถทาซ้ำได้ในระหว่างวัน อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีสิวอยู่แล้วด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้มีครีมกันแดดมากมายหลายตัวเลย ที่สร้างขึ้นมาโดยไม่ทำให้ผิวของคุณนั้นเจอสิวบุกมากขึ้นกว่าเดิม และนี่ก็คือวิธีดูแลตัวเอง ทำให้หน้าใสไร้สิวได้แบบง่าย ๆ จากของที่หาซื้อได้รอบตัวทั่วไป คุณผู้อ่านที่มีผิวแพ้ง่ายเลือกใช้ครีมที่มีส่วนประกอบของสารเคมีเยอะไม่ค่อยได้ ก็ลองนำไปใช้กันดูนะคะ