วิธีเพิ่มความชุ่มชื้น ให้กับผิว สำหรับคนผิวหน้าแห้ง

สุขภาพผิวหน้าชุ่มชื้น สุขภาพดี ดูอ่อนไวเป็นสิ่งที่สาว ๆ ใฝ่ฝันถึง แต่สาว ๆ จำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาผิวแห้งกร้าน มีริ้วรอยซึ่งสาเหตุหลักมาจากผิวขาดความชุ่มชื้น หรือสาเหตุมาจากถูกแสงแดดทำร้ายทำให้ผิวดูแห้งหมองคล้ำ การทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำอุ่นเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น

หากใครที่มีปัญหาผิวแห้งอยู่แล้วอย่าปล่อยไว้เพราะผิวอาจจะแย่ยิ่งกว่าเดิม เรามีวิธีเพิ่มความชุ่มชื้น ให้กับผิว สำหรับคนผิวหน้าแห้งมาฝากกัน ทำตามเป็นประจำรับรองว่าผิวหน้าชุ่มชื้นอ่อนเยาว์ขึ้นแน่นอน

ผิวหน้าแห้ง

1.ไม่ควรอาบน้ำบ่อย และควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งต่อวัน ใครที่อาบน้ำเกินวันละ 2 ครั้ง หรืออาบน้ำบ่อย ๆ เพราะคิดว่าการอาบน้ำบ่อยจะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ใครที่คิดแบบนี้อยู่เป็นวิธีที่ผิดนะค่ะ เพราะการอาบน้ำบ่อยจะทำให้ผิวของเราเสียความชุ่มชื้นและไขมันที่จำเป็นในการเคลือบผิวสลายไป ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นเป็นตัวคลายความชุ่มชื้นของผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อาบน้ำควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดผิวให้เหมาะกับสภาพผิว เพราะบางคนผิวแห้งอยู่แล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์แรงจนเกินไปจะทำลายผิวทำให้ผิวแห้งตึงมากกว่าเดิม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว และไม่ทำลายไขมันที่จำเป็นในผิวอีกด้วย

2.ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ บำรุงผิวหน้าเป็นประจำ

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ตั้งแต่ราคาเบา ๆ หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดไปจนถึงแพงสุด เราควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา

การใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกวันจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นได้ดีที่สุด แนะนำให้ใช้เช้า เย็นหลังอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ ตอนที่ผิวกำลังหมาด ๆ  มอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยกักเก็บน้ำในผิวให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ควรใช้ครีมบำรุงผิวอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย

3.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว

สาวคนไหนที่มีผิวแห้งการเลือกกินอาหารที่ช่วยในการบำรุงผิวเป็นสิ่งสำคัญ การกินอาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น อาหารจำพวกปลา ธัญพืช และผักใบเขียว เพราะร่างกายต้องการกรดไขมันที่จำเป็นเพื่อช่วยเสริมสร้างน้ำมันให้ผิว การกินจึงอาหารเพื่อบำรุงผิวจึงมีส่วนสำคัญ ทำให้ผิวไม่แห้งและช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดีได้อีกด้วย แต่นอกจากจะทานอาหารที่ดีต่อผิวแล้ว ก็อย่าลืมหลีกเลี่ยงอาหารทำร้ายผิว อย่างเช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไขมัน และน้ำตาลด้วยล่ะ

4.ดื่นน้ำเปล่ามาก ๆ

ร่างกายคนเรามีส่วนประกอบสำคัญก็คือน้ำ เมื่อร่างกายขาดน้ำจะทำให้ผิวแห้งกร้าน ผิวสุขภาพไม่ดี เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 7 – 8 แก้วต่อวัน และน้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำที่เป็นอุณหภูมิห้อง ไม่ควรดื่มน้ำที่เย็นจัด หากทำเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ชุ่มชื้น เหมือนกับมาเป็นเด็กแรกรุ่นอีกครั้งเลยก็ว่าได้

5.กินอาหารเสริมช่วยบำรุงผิว

เดี๋ยวนี้มีวิวัฒนาการในการดูแลผิวมากมาย ใครที่อยากมีผิวสวยสุขภาพดี ชุ่มชื้น ที่เห็นผลไวไม่ต้องรอนาน ในปัจจุบันมีวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวให้เลือกกิน เยอะแยะมากมายตามท้องตลาด หากินง่ายไม่ยุ่งยาก อาหารเสริมบางตัวเมื่อกินแล้วช่วยบำรุงได้ตรงจุด แถมกินแล้วผิวสวย ชุ่มน้ำ ไม่แห้งกร้านอย่างที่เคยเป็น

6.ใช้น้ำแร่ฉีดเพื่อความชุ่มชื้น

การฉีดสเปรย์น้ำแร่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น ด้วยการฉีดเพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างวัน ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาว ตลอดวัน การฉีดสเปรย์เป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายนอก เมื่อรู้สึกหน้าแห้งก็เอามาลองฉีดดู พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวก ควรเลือกแบบสเปรย์ที่มีละอองเล็ก ละอองจะได้ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น

7.พอกหน้าหรือมาส์กด้วยวิธีธรรมชาติ

การพอกหน้าด้วยวิธีทางธรรมชาติ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี แถมวัตถุดิบที่ใช้ในการพอกหน้าก็หาง่ายในครัวเรือน ราคาถูก ไม่มีสารพิษเจือปนอยู่ เรามาดูวิธีการพอกหน้าด้วยวิธีธรรมชาติกันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้างไปดูกัน

  • มาส์กด้วย น้ำผึ้ง กล้วย โยเกิร์ต

นำกล้วยสุก จะเป็นกล้วยน้ำหว้าหรือกล้วยหอมก็ได้ แล้วแต่ใครจะสะดวก นำมาผสมกับน้ำผึ้ง โยเกิร์ต โยเกิร์ตควรเป็นรสดังเดิมจะดีที่สุด คนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทาบริเวณใบให้และลำคอ เหลือไว้บริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าจะแห้งดี ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ซับให้แห้ง

  • แตงกวา ว่านหางจระเข้

ถ้าพูดถึงแตงกวากับว่านหางจระเข้ เราต่างก็รู้สรรพคุณกันดีว่าทำให้ความชุ่มชื้นต่อผิว ถ้าเอาสองอย่างนี้มารวมกันรับรองว่าผิวหน้ามีความชุ่มน้ำมากขึ้นเป็นแน่ วิธีการก็นำแตงกวามาปลอกเปลือกสับให้ละเอียด จากนั้นผสมเข้ากับวุ้นว่านหางจระเข้ คนให้เนื้อเนียนจนเข้ากันดี ให้เนื้อข้นพอที่จะมาส์กหน้าได้ นำมาทาให้ทั่วบริเวณหน้าแล้วทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออก สูตรนี้อ่อนโยนมากสามารถใช้ทารอบดวงตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับถุงใต้ตาได้ ไม่ระคายเคืองแม้ผิวที่แพ้ง่าย

  • มาส์กด้วย น้ำตาลทรายแดง น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว

นำน้ำตาลทรายแดง และน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวมาผสมคนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาทาลงบริเวณผิวหน้าและลำคอให้ทั่ว ค่อย ๆ นวดสครับผิวด้วยนิ้วมือในทิศทางที่เป็นวงกลม ทำซ้ำไปซ้ำมา ครบ 5 นาที หรือทำจนน้ำตาลละลายจนหมด ล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น ซับหน้าให้แห้ง วิธีน้ำจะช่วยสครับขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว โดยเฉพาะแผลเป็นและจุดด่างดำต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวใหม่ผลัดตัว และเพื่อความชุ่มชื้นด้วยมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าวที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวแห้งกร้านกับมายืดหยุ่นมีความชุ่มชื้นมากขึ้น แถมยังทำให้ผิวเงางามเพิ่มมากขึ้น

  • มาส์กด้วยแผ่นมาส์กหน้าสำเร็จรูป

การมาส์กหน้าด้วยแผ่นมาส์กหน้าสำเร็จรูป ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยสาว ๆ สามารถเลือกสูตรหน้าใสที่ตัวเองชื้นชอบได้ตามต้องการ การใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปจะสะดวกสบายไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้มันยุ่งยาก เพียงแค่ฉีกซอง ก็สามารถมาส์กหน้าได้เลยง่าย ๆ แผ่นมาส์กแผ่นเดียวสามารถกู้ผิวแห้งให้กับมาขาวใสเด้งมีออร่าขึ้นแล้วค่ะ แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมเลือกมาส์กที่ดีมีคุณภาพ และเหมาะกับผิวของตัวเองกันด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาแทน

ผิวแห้งแตกลาย

8.หลับผักผ่อนให้เพียงพอ

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการนอนหรับพักผ่อนเป็นวิธีฟื้นฟูผิวให้มีความชุ่มชื้นและเพื่อปล่อยให้ผิวได้รับการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิธีทางธรรมชาติอย่างแท้จริง ทำให้หน้ามีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน แถมหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วยคะ  สาว ๆ คนไหนอยากมีหน้าชุ่มชื้นสุขภาพดีลองทำกันดูค่ะ แค่นอนหลับให้เร็วขึ้น และหลับให้เพียงพอก็ดีต่อผิวแล้ว

 

เป็นยังไงกันบ้างคะกับวิธีที่เราได้คัดสรร มาให้ดู แต่ละวิธีทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวของเราเอง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพง ๆ ให้สิ้นเปลืองเงินในกระเป๋า แถมยังช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งได้อย่างตรงจุด สามารถทำได้ด้วยตนเองได้ง่าย ๆ ถ้าทำเป็นประจำทุกวันรับรองเลยว่าเห็นผลดีเกินคาด ผิวจะดูสวยสดใสอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ จนใครมองแล้วต้องอิจฉากันเป็นแถวแน่นอนคะ