วิธีลบรอยแผลเป็น ให้จางลง อย่างได้ผล

หนึ่งในปัญหาทางด้านผิวพรรณที่ชวนกลุ้มใจ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในปัญหาอันไม่พึงประสงค์ของใครหลายๆ คน หนึ่งในนั้นก็คือ รอยแผล ซึ่งเป็นรอยแผลเป็นนี้ มักจะเกิดในลักษณะ ทำให้ผิวในบริเวณนั้น มีความไม่ราบเรียบ อีกทั้งบางครั้งก็ยังมีสีเข้มเด่น ส่งผลทำให้เกิดจุดด่างพร้อยในผิวหนังบริเวณนั้นได้ สำหรับวันนี้เราก็มีวิธีลบรอยแผลเป็น ให้จางลงอย่างได้ผลมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ

ลบรอยแผลเป็นอย่างไรให้จางลงหรือหายขาด 1

แผลเป็นคืออะไร?

สำหรับแผลเป็นนั้น แน่นอนว่าจู่ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง หากแต่เกิดจากการที่เกิดแผล ทำให้ร่างกายก็ทำการซ่อมแซมพื้นผิวในบริเวณนั้น ให้กลับมามีความแข็งแรง เป็นการฟื้นฟูเยียวยาตัวเอง แผลนี้ ก็อาจจะเกิดมาจากได้หลายสาเหตุ เช่น มีดบาด, น้ำร้อนลวก, ล้ม, แผลยุงกัด, การเจาะหู, อุบัติเหตุต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีแผลเป็น ที่เกิดขึ้นมาจากการสิวต่างๆ เป็นต้น ต่อมาเมื่อร่างกายของคนเราเกิดแผลแล้ว ร่างกายก็จะทำการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมา เพื่อเป็นการอุดผิวที่ถูกทำลายไปแล้วนั่นเอง

ร่างกายก็จะสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมา ปกคลุมแผลเป็นจำนวนมาก เมื่อแผลหายแล้ว ชั้นผิวนั้น ก็ยังไม่หายไปจนก่อให้เกิดเป็นแผลเป็น ที่มีลักษณะนูนหนาขึ้นมามีขนาดใหญ่ และมีสีเข้มมากซึ่งมีความแตกต่างจากผิวทางด้านอื่นๆ ทำให้คุณผู้อ่านมักจะเกิดความไม่มั่นใจ หรือต้องการกำจัดแผลเป็นให้หายไปเป็นกลับกลายมาเป็นผิวที่มีความเรียบเนียน สีผิวปกติอีกครั้ง ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำเทคนิควิธีกำจัดรอยแผลเป็นมาฝาก…

ว่านหางจระเข้

จัดเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพร ที่หาพบได้ในประเทศไทย และว่านหางจระเข้นี้ ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ เนื่องจากว่ามีประโยชน์ในเรื่องของผิวพรรณมาก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดเลือนรอยแผลเป็น ได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว แต่จะได้ผลดีที่สุด กับแผลเป็นที่พึ่งเกิดขึ้นมาใหม่ๆ ว่านหางจระเข้จะ ช่วยสมานบาดแผลพร้อมทั้งเยียวยาผิวโดยรอบ ให้กลับมาฟื้นคืนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ถ้าคุณนำผิวตากแดดมาเป็นระยะเวลานาน ผิวเกรียม เกิดอาการแสบร้อนคันต่างๆ ในการช่วยลดความเจ็บปวดทรมานจากการถูกแดดเผา ได้เป็นอย่างดี โดยให้คุณนำว่านหางจระเข้มา 1 ชิ้น ลอกออกแล้วนำเมือก มาทาบริเวณแผลเป็น แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง หลังจากนั้นจึงค่อยล้างออกหรือถ้าคุณไม่สะดวกที่จะใช้เป็นว่านหางจระเข้สด ก็จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ก็ได้ เพราะว่าในปัจจุบันนี้มีความหลากหลาย ต่อมาเมื่อคุณใช้อย่างต่อเนื่อง ก็จะพบว่าแผลเป็นที่มีความรุนนั้น เริ่มนิ่มและยุบตัวลง ที่มีความเข้มนั้นก็ค่อยๆ จางลงนั่นเอง

มะนาว

ก็จะเป็นพืชอีกชนิดหนึ่ง ที่หาซื้อได้ง่ายในประเทศไทย โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของน้ำมะนาวนั้น ก็คือ ช่วยทำให้แผลเป็นแข็งนั้น เกิดความนุ่มนิ่มลงโดยน้ำมะนาวนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน C สูง ช่วยในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดรอยแผลเป็นต่างๆ เช่น รอยด่างดำ, สีผิวที่ไม่เรียบเนียน เป็นกระดำกระด่าง เป็นต้น

นอกจากนี้ความลับของน้ำมะนาว คือ ช่วยในการสมานบาดแผลได้ดีอีกด้วย ให้คุณนำมา มาล้างให้สะอาดหั่นเป็นซีก หลังจากนั้นก็คั้นน้ำมะนาว นำไปหมักบริเวณแผลเป็น ก็อาจจะรู้สึกแสบคันๆ บ้างเพราะว่ามะนาวประกอบไปด้วยกรด AHA ซึ่งเป็นกรดจากธรรมชาติ หมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย แนะนำให้ทาเพียง 15 นาทีก็พอแล้ว หลังจากนั้นก็นำไปล้างน้ำเปล่าออกให้สะอาด แผลจะแห้งต่างๆ จะทำให้เกิดความนุ่มนวลชุ่มชื้นมากขึ้น แนะนำว่าให้ทานวันละ 1 ครั้ง และต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 เดือน สังเกตดูว่า แผลเป็นนูนค่อยนุ่มนิ่มลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่น้ำมะนาวเป็นกรด หลังจากที่คุณผู้อ่านใช้น้ำมะนาว แนะนำว่าควรจะใช้ก่อนที่จะไปออกแดด ด้วยการหมักก่อนอาบน้ำตอนกลางคืน นอกจากนี้พยายามอย่านำที่หมักด้วยกรดมะนาวนั้น หลีกเลี่ยงแสงแดดจะดำกว่าเดิมได้

กระเทียม

อีกหนึ่งพืชที่มีอยู่ติดทุกครัวเรือน โดยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมของกระเทียม คือ ช่วยฆ่าเชื้อรา ฆ่าเชื้อโรค ได้อย่างชะงัดนักแลในเรื่องของผิวพรรณนั้น ก็สามารถนำมาใช้ในการยับยั้งการอักเสบของแผล นอกจากนี้แผลเป็นนูน ที่มีลักษณะขนาดใหญ่หนานั้น กระเทียมก็จะช่วยลดขนาดได้อย่างดี วิธีการใช้ คือ ให้นำกระเทียมไปปอกเปลือกและล้างน้ำให้สะอาดที่สุดหลังจากนั้นก็นำมาบดให้ละเอียดด้วย เพื่อให้น้ำกระเทียมนั้นออกมามากด้วย นำกระเทียมที่ได้มา ไปพอกบริเวณแผลเป็นทิ้งไว้ 15 ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวบอบบาง แนะนำให้กินเพียงแค่ 10 นาทีก็พอ หลังจากนั้นก็นำไปล้างออกให้สะอาด ด้วยน้ำอุ่นผิวให้แห้ง ตามด้วยการทาครีม Moisturizer แนะนำให้ทำเป็นเวลา 5 ครั้งต่อสัปดาห์

หลังจากนั้น ลองทำติดต่อกันเช่นนี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง 1 เดือน คุณก็จะพบว่าแผลเป็นของคุณ ที่มีความหนาใหญ่ลดลง ค่อยๆ ลดเลือนไป คุณก็จะพบว่าแผลเป็นที่มีความหนาใหญ่ นั้นจะลดลงอย่างน่าอัศจรรย์เลยทีเดียว

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นน้ำตาลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จากการที่ดื่มกินหรือนำใส่ผสมในอาหารแล้ว ก็ยังจัดเป็นองค์ประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติ ทำให้ผิวของคุณนั้นมีความชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล แน่นอนว่า ก็ยังสามารถช่วยลดแผลเป็นได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ในอดีตคนสมัยโบราณใช้น้ำผึ้ง ในการฆ่าเชื้อจากแผลสด น้ำผึ้งมีสารช่วยในการต้านเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้เป็นอย่างดี เพียงแค่คุณน้ำนำผึ่งมาหมักในบริเวณแผลเป็นเท่านั้น หลังจากนั้นก็ใช้นิ้วหรือมือถ้าแผลเป็นขนาดใหญ่ ให้คุณนวดคลึงเบาๆ รอบๆ แผลไปเรื่อยๆ อย่างให้เกิดความรู้สึกเจ็บ ประมาณ 10 นาทีหลังจากนั้นก็หมักทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกให้สะอาด ทำซ้ำ อาทิตย์ละ 5 ครั้ง ติดต่อกัน 1 เดือนเช่นเดียวกัน คุณก็จะพบว่าแผลเป็นนั้นลดลงลดเลือนได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นต้องลองทำดูแล้วล่ะ

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยเข้ามาร่วมด้วย

นอกจากจะใช้วิธีธรรมชาติ ที่เราได้กล่าวมาในข้างต้นแล้ว คุณผู้อ่านก็อาจจะซื้อผลิตภัณฑ์ประเภท ครีม, เซรั่ม หรืออื่นๆมาร่วมด้วยก็ได้ และวิธีที่ใช้พืชผักที่เป็นกรด อันก่อให้เกิดความแสบ คัน แนะนำว่าให้ใช้ หลังจากที่กลับมาบ้านแล้ว ไม่ให้ใช้ก่อนที่จะไปออกแดด เพราะว่าผิวกำลังเกิดความบอบบางต้องการเวลาฟื้นฟู ส่วนในระหว่างทำจากการหมักพืชทั้งหลาย ถ้าคุณรู้สึกว่ามีความแสบร้อนมากจนเกินไป ทนแทบไม่ไหวก็ ขอให้รีบล้างออกทันที เพราะว่าผิวของคุณอาจจะรับความรุนแรงของกรด หรือความแสบของพืชผักชนิดนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การที่จะรักษาแผลเป็นได้อย่างได้ผลนั้นจะต้องใช้เวลาระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ก็ขอให้อดทนต่อการกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์นี้นะคะ

ลบรอยแผลเป็นอย่างไรให้จางลงหรือหายขาด 2

สำหรับการกำจัดรอยแผลเป็นนั้น ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเป็นประเภทใดก็ตาม มักจะใช้ระยะเวลาค่อนข้างยาวนานเพราะฉะนั้นจำต้องมีความอดทน ในการที่จะหมั่นทายา หากแต่ถ้าคุณมั่นใจแล้วว่า ใช้ระยะเวลานาน ในการกำจัดแผลเป็นนั้นแล้ว แต่ว่าก็ได้ผลน้อยมาก หรือบางครั้งอาจจะไม่ได้ผลเลย จนเกิดความท้อแท้ใจ เราก็ขอแนะนำให้คุณใช้วิธีรักษาด้วยเทคนิคทางการแพทย์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์, การฉีดสารต่างๆ เพื่อลดรอยแผลเป็น รวมทั้งการทำทรีทเม้นต่างๆ ซึ่งลักษณะของรอยแผลเป็นที่แตกต่างกันไปนั้น ก็ต้องใช้วิธีการรักษาทางการแพทย์ที่แตกต่างกันไปด้วยเพราะฉะนั้นก็ขอให้คุณพยายามศึกษาวิธีที่มีความเหมาะสม กับแผลเป็นของคุณผู้อ่าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและสมกับราคาคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนให้ดีๆ นะคะ