วิธีรักษาฝ้าด้วยตัวเอง ทำง่าย ฝ้าหายจริง

เมื่อคุณต้องตากแดดมากๆ สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากการเป็นสิวแล้ว ยังมีฝ้าที่ทำให้คุณต้องเป็นกังวล แต่หากคุณรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ฝ้าที่เกิดขึ้นก็สามารถหายได้เหมือนกันส่วนวิธีการนั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ฝ้าแดด

ฝ้าเกิดจากอะไร

ก่อนจะไปดูวิธีรักษา เรามีทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าว่าฝ้าเนี่ยมันเกิดจากอะไรแล้วอายุเท่าไหร่ที่จะเป็นได้ และฝ้าถ้าไม่รักษาจะเป็นอะไรกับร่างกายหรือไม่ การเกิดของฝ้าจะเป็นคล้ายๆ กับการเกิดกระ เพียงแต่ตัวฝ้านั้นจะมีความหนาแน่นและเป็นแผ่นมากกว่า เพราะเมื่อถูกรังสี UVA เผาแล้วละก็ เม็ดสีเมลามีนก็จะทำการสร้างเกราะกำบังให้กับผิวแต่รังสีUVAจะทำลายการสร้างเม็ดสีเมลามีนนั่น ทำให้ผิวที่โดนมีสีที่คล้ำเสีย และเมื่อมีการสะสมมากๆโดยไม่มีการดูแลก็จะกลายเป็นฝ้าหนาในที่สุด

ระดับของฝ้า

1.ฝ้าตื้น มีจะขอบที่ชัดและเป็นแค่ระดับหนังกำพร้าซึ่งจะมีสีน้ำตาลและสามารถรักษาให้หายได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน ซึ่งคนที่เป็นฝ้าชนิดนี้มักจะไม่ค่อยกังวลมากนัก เพราะรักษาไม่ยากนั่นเอง

2.ฝ้าลึก เกิดขึ้นในชั้นที่ลึกกว่าระดับหนังกำพร้า ตัวฝ้าจะมีสีน้ำตาลอมม่วง หรือสีน้ำตาลอมฟ้า ซึ่งหากเป็นในระดับนี้จะไม่สามารถใช้ยาทา ทาให้หายได้ อย่างมากจะช่วยให้สีจางลงเท่านั้น และต้องใช้เวลาในการรักษานานมากทีเดียว

เป็นได้ตอนอายุเท่าไหร่

ฝ้าเกิดจากฮอร์โมน และการทำงานที่ผิดปกติของเม็ดสีเมลามีน ซึ่งโดยปกติร่างกายจะมีความเสื่อมถอยในช่วงอายุวัยเข้าเลข 3 ซะส่วนใหญ่ ในรายที่อายุน้อยๆ หากไม่มีความปกติทางพันธุกรรมก็โดยส่วนใหญ่ก็จะไม่แสดงอาการให้เห็น หรืออย่างมากก็จะแค่มีผิวหน้าที่หมองคล้ำเฉยๆ แต่ไม่ได้ขึ้นเป็นฝ้า

วิธีรักษาด้วยตนเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีรักษาฝ้าด้วยตัวเองกันอยู่ เราก็มีข้อมูลมาฝากกันด้วย โดยเป็นสูตรรักษาฝ้าที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ยากนั่นเอง

1.ใช้หัวไชเท้า

ใช้หัวไช้เท้าสดบดพอให้พอกหน้าได้ พอกบริเวณที่เป็นทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำสัปดาห์ละ3-4ครั้งในคนที่รู้สึกว่าจะแรงไป หรือถ้าหากใบหน้าสามารถรับได้ก็ให้ทำวันเว้นวันเพื่อเป็นการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหากเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายไม่ขอแนะนำเพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้ และเมื่อล้างออกด้วยน้ำอุ่นเสร็จแล้วก็อาจใช้โทนเนอร์เช็ดเพื่อให้รูขุมขนสะอาดและกระชับขึ้น หากไม่มีโทนเนอร์ก็ใช้เป็นน้ำสะอาดเย็นๆแทนก็ได้

2.ว่านหางจระเข้

ใช้ว่านหางจระเข้ที่ใบค่อนข้างใบเพราะจะเป็นใบแก่ที่มีสรรพคุณดีกว่า  เมื่อตัดออกมาแล้วนำไปแช่ในน้ำให้คายยางสีเหลืองๆเสียก่อนประมาณ10นาที เสร็จแล้วก็ปอกเปลือกล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย เสร็จแล้วเอาแต่วุ้นด้านในไปปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งฝ้าก็จะจางหายได้ในที่สุด แต่ทั้งนี้ต้องระวังอย่าให้มียางสีเหลืองติดมาด้วยนะ เพราะจะทำให้ผิวเกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้

3.มะขามเปียก

นำมะขามเปียกมาคั้นเอาน้ำแล้วใช้สำลีหากน้ำมีความเหลวมาก แต่ได้เป็นน้ำข้นๆพอที่จะทาแล้วไม่ไหลไปทางอื่นก็สามารถนำมาทาได้เลย โดยการทาทิ้งไว้ 3-5นาที แล้วล้างออก จะเป็นการผลัดเซลล์ผิวให้หลุดลอกออก และกระตุ้นให้ผลิตเซลล์ผิวใหม่จะทำให้รอยฝ้าดูจางลงไปพร้อมทั้งรอยด่างดำต่างๆก็จะหายๆไปด้วย หากคุณผิวบอบบ้างไม่ควรทาทั้งหน้าและควรทาแค่จุดที่เป็นพร้อมทั้งอย่าปล่อยไว้นานเพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้

4.ใบบัวบก

ในใบบัวบกมีสาร ไตรเตอร์ตินอย ที่จะช่วยสมานแผลและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวใหม่ โดยเฉพาะกับฝ้า กระ สิว ที่เป็นปัญหาของสาวๆทั้งหลายวิธีใช้ก็ไม่ยากแค่นำใบบัวบกไปปั่นเอาน้ำโดยการกรองกาก นำมาเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์แล้วนอน หรือจะใช้ทั้งกากพอกหน้าทิ้งไว้สักพักค่อยล้างออกแล้วเช็ดซ้ำด้วยน้ำก็ได้

5.ไข่ขาว

ใช้ไข่ขาวที่แยกจากไข่แดงแล้วนำมาตีให้มีฟองนิดหน่อยแล้วทารอบหน้า เว้นดวงตากับริมฝีปากไว้ และทิ้งไว้ 5-10 นาทีวิตามินในไข่ขาวจะช่วยทำให้ฝ้าลดลงได้หากใช้เป็นประจำ และยังช่วยทำให้ใบหน้าขาวกระจ่างใน และช่วยลดความมันได้ดีอีกด้วย ดังนั้นลองนำไข่ขาวมาใช้รักษาฝ้ากันดู ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

6.แอปเปิ้ลไซเดอร์

น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์คือน้ำส้มสายชูหมักที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย รวมทั้งการบำรุงผิวหน้าเป็นตัวรักษาฝ้า ก็เช่นกัน เพียงนำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมน้ำเปล่าในปริมาณ หนึ่งต่อหนึ่งแล้วใช้เช็ดบริเวณที่เป็นฝ้าก็จะช่วยให้ตัวฝ้าลดเลือนลง และยังเป็นฆ่าเชื้อให้กับผิวอีกด้วย

7.มะนาว

  • น้ำมะนาวอย่างเดียว

เพียงนำน้ำมะนาวไปพอกไว้ตรงบริเวณที่เป็นฝ้าอาจใช้สำลีแบบแผ่นจุ่มให้ทั่วแล้วนำไปแปะไว้แล้วทิ้ง 15-20 นาที แล้วค่อยล้างออก สูตรนี้จะช่วยทำให้มีการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและช่วยกระตุ้นการเกิดผิวใหม่ ระหว่างที่ทำอาจมีรู้สึกแสบๆคันๆบ้างเพราะกรดจากมะนาวจะเป็นตัวทำให้เกิดปฏิกิริยา แค่ต้องระวังไม่ให้เป็นแผลบริเวณที่ทำ และเมื่อล้างแล้วจะต้องไม่มีเลือดออก ถึงจะทำได้ทุกวัน

  • มะนาว+น้ำผึ้ง+โยเกิร์ต

นำส่วนผสมทั้งสามอย่างผสมกัน แล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 20 นาที น้ำผึ้งเป็นตัวบำรุงให้ผิวผ่องใส โยเกิร์ตช่วยให้หน้าขาวเนียน มะนาวเป็นกรดธรรมชาติ เมื่อนำทั้งสามอย่างมารวมกันจะทำใหฝ้าที่หนาค่อยๆจางลง และสูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเพราะการเป็นกรดน้อยกว่าการใช้มะนาวล้วนคนที่ผิวบางก็สามารถทำได้เช่นกันเพราะไม่ทำให้ผิวเกิดการแห้งตึงจนเกินไป

  • มะนาว+น้ำผึ้ง

นำส่วนผสมทั้งสองมาคนรวมกันแล้วใช้พอกบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเป็นประจำ โดยจะเห็นได้ว่าเมื่อผ่านไป 1 เดือนฝ้าที่เป็นอยู่จะค่อยๆจางลง จนหายไปในที่สุด

  • มะนาว+ขมิ้นชัน

นำขมิ้นชัน 3 ช้อนผสมกันน้ำมะนาว 1 ช้อน แล้วแต่สะดวกว่าจะใช้ช้อนโต๊ะหรือช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาพอกไว้ยังจุดที่เป็นฝ้าทิ้งไว้20นาที ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รอยฝ้าที่เกิดจะค่อยๆหายไปทำให้หน้าเนียนกระจ่างใส ซึ่งหากมีการทำสูตรอื่นอยู่สามารถทำสลับกันได้ หรืออาจลองเป็นสูตรนี้หนึ่งเดือน อีกสูตรหนึ่งอีกเดือนหนึ่ง

เลือกซื้อครีมรักษาฝ้าอย่างไรให้ได้ผลดี 1

  • มะนาว+สัปปะรด+น้ำผึ้ง

นำส่วนผสมทั้งสามอย่างผสมกันโดยใช้น้ำมะนาวกับน้ำสัปปะรดให้ปริมาณทังสองเท่ากัน แล้วค่อยใส่น้ำผึ้งลงไปที่หลังนำส่วนผสมที่ได้พอกทิ้งไว้ 15 นาที แล้วค่อยล้างออก วิตามินซีในน้ำมะนาวและน้ำสัปปะรดจะเป็นตัวช่วยในการผลัดเซลผิวให้หลุดออกแล้วฝ้าก็จะจางลง พร้อมน้ำผึ้งที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม หากหาน้ำสัปปะรดไม่ได้ สามารถใช้น้ำส้มแทนได้นะ
ส่วนผสมทั้งหมดเป็นของที่สามารถหาได้ง่ายและการทำก็ไม่ยุ่งยากเพียงแต่ต้องใส่ใจและขยันทำทุกๆวัน เพื่อให้ฝ้าที่เป็นอยู่จางลง และการรักษาความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญหากมีการพอกหน้าแล้วใช้ของที่ไม่สะอาดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและอาจก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นได้แทนที่ฝ้าจะหายกลับกลายเป็นหน้าเป็นแผลผุพองแบบนี้ต้องแย่แน่ๆ