ถุงใต้ตา ดูแลรักษาอย่างไร ให้หายไปจากใบหน้า

เมื่อทำงานมากๆ เวลาพักผ่อนน้อย และไหนจะอายุที่มีมากขึ้นจากใบหน้าที่สดใสอยู่เสมอ ผิวที่เคยเต่งตึงก็มีอันต้องหย่อนคล้อยลง ในทุกจุดไม่เว้นแม้แต่ถุงใต้ตาทาครีมแล้วก็ไม่ดีขึ้นแปะแตงกวา เพื่อบำรุงก็ไม่หายวันนี้เรามีการดูแลใบหน้าว่าจะทำอย่างไรให้ถุงใต้ตาหายไป

ดูแลรักษาถุงใต้ตาอย่างไรให้หายไปจากใบหน้า 1

ถุงใต้ตาคืออะไร

ถุงใต้ตาคืออาการบวมบริเวณใต้ตาจนทำให้เห็นเป็นเหมือนถุงเพราะมีการคั่งค้างของของเหลวในร่างกาย และของเหลวต่างๆเหล่านี้จะไปรวมตัวกันตรงจุดที่บอบบางและบริเวณใต้ตานั่นก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่บอบบางของใบหน้า การมีถุงใต้ตาไม่ได้บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคอะไร เพียงแต่จะเป็นการสร้างความรำคาญให้กับสาวๆ เพียงเท่านั้นเอง

สาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา

เริ่มแรกเรามาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ถุงใต้ตากันก่อนดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง

1.พักผ่อนน้อย

การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี เพราะเมื่อคุณพักผ่อนไม่พอ ไม่เพียงทำให้สมองไม่โปร่ง ยังทำให้ร่างกายทรุดโทรมเป็นอย่างหนัก การเกิดถุงใต้ตาก็เช่นกันหากคุณนอนน้อย มีปาร์ตี้หนัก ทำงานมากใช้สายตาเกินวันละ 12 ชั่วโมงจ้องหน้าจอมากๆ ถุงใต้ตาต้องหย่อนคล้อยแน่ๆ เพราะไม่ว่าคุณจะนอนดึกแล้วตื่นสายก็ไม่ได้ช่วยถุงใต้ตาลดลงได้เลย เพราะการนอนที่ตรงเวลาไม่ดึกจนเกินไปทำให้ร่างกายได้ปลดปล่อยความเครียด และยังมีการซ่อมแซมร่างกายในส่วนต่างๆ ที่สำคัญการสร้างคอลลาเจนของใบหน้าก็ยังทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

2.ภูมิแพ้

เวลาที่เกิดอาการแพ้เราลองสังเกตดูว่าจะมีบ้างที่ตามร่างกายของเราจะมีการบวมขึ้นเช่นริมฝีปาก ผิวหนังบางจุด ดวงตา และลามไปทั้งกระบอกตาจนทำให้เกิดเป็นถุงใต้ตาขึ้นเมื่อภูมิแพ้ยุบแล้วในบางเวลาอาจมีการระคายเคืองด้วยเพราะฝุ่นหรืออย่างอื่นใดๆ แต่เมื่อมีการระคายเคืองจะมีอาการบวมขึ้นได้

3.ทานอาหาร

อาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน ดังนั้นเวลาที่เราทานอาหารที่ต้องมีการปรุงเช่นก๊วยเตี๋ยว ราดหน้า ผัดซีอิ้ว เราควรงดในการใส่น้ำปลาเพิ่ม แต่หากต้องการรสดเผ็ดร้อนคุณอาจเพิ่มพริกใส่ได้ แต่ก็ต้องระวังด้วย เพราะเมื่อทานอาหารเค็มมากๆจะทำให้ร่างกายต้องดึงน้ำออกจากร่างกายส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำได้

4.อายุ

เมื่อเราเริ่มมีอายุมากขึ้นความหย่อนคล้อยย่อมตามมาเพราะคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง เริ่มเสื่อมถอยลดตามกาลเวลา จึงทำให้เกิดริ้วร้อยและถุงใต้ตาขึ้น การทำงานที่เคร่งเครียดต้องใช้สายตามาก ยิ่งทำให้เกิดควมล้ายิ่งทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นได้มาก

5.ตาบวม

คอซี่รีย์ทั้งหลายที่ชอบดูซี่รีย์จนดึกดื่น ร้องไห้ฟูมฟายในฉากเศร้า ชอบที่จะดูละครชีวิตดราม่าขั้นสุด หรือในชีวิตตัวเองจะมีความลำบากยากเข็ญ หรือทะเลาะกับแฟนจนต้องร้องไห้เป็นเผ่าเตา การใช้ดวงตาหนักขนาดนี้ย่อมทำให้ดวงตามีความบวมจนกระทั่งส่งผลให้เกิดถุงใต้ตาตามมานั่นเอง หรือบางครั้งก็มีความผิดจากต่อมไทรอยด์ ซึ่งคุณต้องคอยสังเกตตัวเองและหากพบว่าผิดปกติคุณสมควรต้องไปพบแพทย์

ดูแลรักษาถุงใต้ตาอย่างไรให้หายไปจากใบหน้า 2

การรักษาถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาสามารถรักษาได้ไม่ยาก ซึ่งเราก็มีคำแนะนำและวิธีการรักษามาแนะนำคุณกันแล้ว ไปดูกันเลยว่ามีวิธีไหนบ้าง และอย่าลืมลองทำตามกันด้วยล่ะ

1.ลดทานเค็ม

เพราะการเกิดถุงใต้ตาสาเหตุหลักๆก็เพราะมีการคั่งของของเหลวในร่างกาย หากคุณยังทานเค็มมากๆอยู่ โดยไม่มีการทานน้ำเปล่าตามเข้าไปมากๆ หรือไม่ลดปริมาณการทานเค็มลงย่อมทำให้ร่างกายมีโซเดียมคั่งค้างและของเหลวก็จะไปค้างทีถุงใต้ตาทำให้เกิดหย่อนคล้อยจนเห็นได้ชัดนั่นเอง

2.ระวังเรื่องภูมิแพ้

หากคุณรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นคนที่แพ้อากาศหรือแพ้อาหารบางชนิด ดังนั้นการทานยาแก้แพ้เมื่อมีอาการก็ย่อมจำเป็นอยู่แล้ว ไม่ควรปล่อยให้อาการกำเริบเพราะภูมิแพ้ที่คุณเป็นส่งผลให้เกิดถุงใต้ตาตามมา หากคุณไม่อยากมีถุงใต้ตาก่อนวัยอันควร คุณควรดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา

3.ท่านอน

การนอนที่ดีควรมีหมอนรองคอให้ระดับที่เหมาะสม และการนอนหงายนับว่าเป็นการนอนในท่าที่ดีที่สุด หากคุณเป็นคนที่ชอบนอนคว่ำหน้าละก็ ขอให้ทราบไว้เลยว่านั่นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตาขึ้นได้ การนอนตะแคงก็ยังพอช่วยได้เพียงแค่มีหมอนข้างไว้กอดสักใบหมอนที่ใช้รองคอดีๆ และผ้ารองขาสักหน่อย ก็พอช่วยลดการนอนคว่ำไปได้มาก การนอนคว่ำนอกจากทำให้ถุงใต้ตาเกิดขึ้นแล้วยังเสี่ยงกับการที่จะหายใจไม่ออกเพราะเผลอนอนคว่ำหน้าจนใบหน้าอัดกับหมอนที่หนุนอันตรายมากเลยทีเดียว

4.ล้างหน้าก่อนนอน

หากคุณต้องทำงานจนดึกดื่นหรือมีปาร์ตี้กันยังรุ่งเช้า เมื่อกลับเข้าห้องได้ก็ต้องการทิ้งตัวลงที่นอนในทันทีควรเลิกพฤติกรรมแบบนี้เสีย เพราะการที่คุณไม่ล้างเครื่องสำอางให้สะอาด จะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องผิวหลายๆอย่าง เช่นสิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง และถุงใต้ตา เพราะการที่คุณไม่ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดย่อมทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณรอบดวงตาได้ ดังนั้นมาล้างหน้าก่อนนอนจะดีกว่า

5.งดแอลกอฮอล์

บริเวณใต้ดวงตาเป็นจุดที่บอบบางดังนั้นการที่คุณดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนจะเป็นการดึงน้ำในร่างกายเพื่อไปใช้ขับแอลกอฮล์จึงอาจทำให้เกิดการคั่งของของเหลวแล้วไปค้างที่ใต้ตา ส่งผลให้เกิดเป็นถุงใต้ตาขึ้นมาดังนั้นหากคุณเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ควรทานน้ำให้มากและทาอายครีมไว้ก่อนนอนเพื่อที่ตอนเช้าจะได้ไม่ปัญหาของเรื่องถุงใต้ตาบวมออกมาให้เห็น

6.เลิกบุหรี่

เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะทำร้ายร่างกายของผู้ที่สูบทำให้ผิวที่เคยสดใสแห้งและอ่อนแอลง การทำงานของร่างกายก็บกพร่องไปด้วย การผลิตคอลลาเจนก็ไม่เกิดขึ้นจึงทำให้บริเวณที่บอบบางทั้งหลายแห้งเหี่ยว หย่อนคล้อยลง และถุงใต้ตาก็นับเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความบอบบางค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นหากลดปริมาณหรือเลิกสูบบุหรี่ได้ถูงใต้ตาก็จะค่อยๆกลับมาเต่งตึงได้เหมือนเดิม

7.ระวังเรื่องการออกแดด

ในเมื่อเมืองไทยเป็นเมืองร้อนคุณเองก็ไม่สามารถที่จะอยู่ในร่มได้ตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้นการป้องกันตัวเองย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อต้องออกไปข้างนอก ก่อนออกจากบ้านคุณควรต้องทาครีมกันแดดเสียก่อนสักครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ตัวครีมทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และควรมีการสวมแว่นกันแดดที่ค่อนข้างใหญ่และป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เพราะตัวที่ทำลายผิวคือยูวีที่อยู่ในแสงแดดจ้านั่นเอง

8.ประคบดวงตา

หากมีอาการของถุงใต้ตาปรากฏออกมาแล้ว สิ่งที่ช่วยคุณได้คือการประคบเย็นเพื่อให้ช่วยคลายความร้อนโดยอาจใช้ของที่มีอยู่แล้วที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ช้อนโลหะ แตงกวา ถุงชา ทั้งหมดนี้ให้นำไปแช่เย็นเอาไว้จนเย็นจัด เมื่อล้างเครื่องสำอางทั้งหมดออกแล้วก่อนการทาครีมก็ใช้สิ่งที่คุณแช่เอาไว้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนำมาประคบตรงถุงใต้ตาเพื่อลดอาการบวม

9.การมาร์คหน้า

การมาร์คหน้าจะช่วยลดถุงใต้ตาได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณมีแผ่นมาร์คประเภทช่วยให้ใบหน้าผ่อนคลายหรือบำรุงความชุ่มชื้นก็สามารถนำมาใช้ได้เลย รับรองว่าจะแก้ปัญหาถุงใต้ตาให้กับคุณได้ดีอย่างแน่นอน
หากคุณไม่อยากดูแก่ก่อนวัยอันควรการปรับปรุงการใช้ชีวิตย่อมดีที่สุดที่จะทำได้ เพราะการเกิดถุงใต้ตาเป็นการฟ้องของร่างกายว่าคุณไม่ได้ดูแลร่างกายของตัวเองอย่างที่ควร ถ้าไม่อยากเสียเงินกับการทำทรีทเม้นต์แพงๆหรือการผ่าตัดคุณควรดูแลตัวเองซะตั้งแต่ตอนนี้