ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

หนึ่งในการทำหัตถการ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ ก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ ก็คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความปลอดภัยต่อมนุษย์มากๆ เพราะว่าสารที่สกัดออกมานั้น มีความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ จึงทำให้ร่างกายของมนุษย์นั้นไม่ต่อต้าน สามารถฉีดได้กับผู้เข้ารับบริการทุกเพศ ทุกวัย ที่มีปัญหา สำหรับการฉีดฟิลเลอร์นี้ จะเป็นการฉีดสารเติมเต็ม ในจุดต่างๆ ของร่างกายที่มีปัญหา ในลักษณะยุบเป็นหลุม ไม่เรียบเนียน เป็นริ้วรอยต่างๆ แต่ถ้าถามว่าส่วนไหนของใบหน้าที่ ผู้เข้ารับบริการนั้น มาทำการฉีดฟิลเลอร์บ่อยที่สุด นั่นก็คือ บริเวณใต้ตานั่นเอง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง 1

ดวงตา อีกหนึ่งจุดยอดฮิตของการทำหัตถการ

สำหรับองค์ประกอบต่างๆ ของใบหน้ามนุษย์นั้น ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญด้วยกันทั้งสิ้น หากแต่หนึ่งในส่วนที่มีความโดดเด่นมากที่สุด นั่นก็คือ ดวงตา เพราะว่ามนุษย์มาใช้ในการจ้องมองสิ่งต่างๆ และใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร อีกประเภทหนึ่ง จึงทำให้เป็นสิ่งที่มีความโดดเด่นมาก

ถ้าเกิดว่าบริเวณรอบดวงตาของคุณนั้น เกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น เช่น ริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ก็จะสามารถทำให้ใบหน้าโดยรวมนั้น แลดูโทรมได้เลยทันที เพราะฉะนั้นคุณผู้อ่านที่มีปัญหาในเรื่องของใต้ตาลึกโบ๋ เป็นหลุม มีความคล้ำหมองไม่สดใสพยายามแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้แต่ พยายามทาครีมแล้ว ก็ไม่ได้ผลหรือเห็นผลไม่ได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ความหมองคล้ำลดเลือนได้จริง แต่ว่าความยังคงปรากฏริ้วรอยอันไม่ปรารถนาชัดเจนอยู่แล้วฉะนั้นการทำหัตถการประเภทการฉีดฟิลเลอร์ก็จะช่วยคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว

ต้องทำกับคุณหมอเท่านั้น!

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้จะทำหัตถการให้คุณ จะต้องเป็นคุณหมอ เพราะว่าในบริเวณรอบดวงตานั้น เป็นส่วนที่มีความบอบบางมากๆ ทั้งในเรื่องของชั้นผิว รวมทั้งเส้นประสาทต่างๆ ที่อยู่รอบบริเวณดวงตา ผู้ที่ฉีดให้คุณ ถ้าไม่มีความรู้ ไม่ใช่คุณหมอและฉีดฟิลเลอร์มากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้ส่งผลถึงการมองเห็นของดวงตา ตาพร่า ตามัว ตาบอดได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1 ค่ะ

โดยคุณอาจจะเกิดความกังวลว่า ถ้าต้องฉีดฟิลเลอร์เข้าไปใต้บริเวณดวงตานั้น จะมีความเจ็บปวดทรมานมากหรือไม่เพราะว่า เพียงแค่เข็มทิ่มลงไปในเนื้อ ก็รู้สึกเจ็บอยู่แล้ว แต่นี่ดันฉีดเข้าไปในพื้นผิวที่มีความอ่อนแด บอบบางอีก ซึ่งเราก็ต้องขอบอกุคุณผู้อ่านเลยค่ะว่า ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะว่าคุณหมอ ก็จะมีการช่วยบรรเทาความเจ็บ ให้แก่ผู้เข้ารับบริการเช่น การประคบน้ำแข็ง, ทายาชา ซึ่งยาชาแบบทาในปัจจุบันนี้ มีประสิทธิภาพดีขึ้นมาก ทำให้ผู้เข้ารับบริการนั้น แทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย แต่อาจจะไม่รู้สึกตึงๆ บ้าง ในตอนที่ตัวยานั้น ถูกฉีดเข้าสู่ชั้นผิว หากแต่เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้นการทำหัตถการก็จะเสร็จแล้ว จนคุณผู้อ่านงงไปเลยว่าเสร็จแล้วจริงๆ หรือ?

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ก่อนอื่นคุณผู้อ่านจะต้องเข้าไปทำการพูดคุยปรึกษากับคุณหมอก่อนว่า ความต้องการของคุณคืออะไร ต้องการใต้ตาที่มีความอิ่มเอิบขนาดไหน เพราะว่าความชอบของแต่ละคนนั้น ต่างก็ไม่เหมือนกัน พร้อมทั้งให้คุณหมอประเมินว่า ความต้องการของคุณนั้น สามารถเป็นไปได้หรือไม่ หรือถ้าเติมมากกว่านี้อีกนิดหนึ่งจะสวยมากกว่าเดิมหรือเปล่า หลังจากที่มีการพูดคุยตกลงในเรื่องของความต้องการ และทราบถึงราคาในการทำแล้ว ถ้าคุณผู้อ่านตกลง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ ด้วยการเริ่มจากการทายาชา เพื่อทำให้พื้นผิวในเวลานั้น เกิดความสะอาด จะได้ไม่ติดเชื้อนั่นเอง ตามด้วยการมาร์คยาชา ซึ่งในขั้นตอนนี้ ก็อาจจะต้องรอยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 30 – 40 นาที

หลังจากนั้นจะทำการฉีดฟิลเลอร์ให้สำหรับกระบวนการนี้ ขอแนะนำให้ผู้อ่าน ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเครียด พยายามทำใจให้สบายเพราะว่าถ้าคุณยิ่งกลัว คุณก็จะยิ่งเจ็บ เนื่องจากว่าคุณจะเกร็งแล้วจะรู้สึกเจ็บกว่าปกตินั่นเอง แต่ถ้าคุณปล่อยตัวไปตามสบายๆ นั้น จะเจ็บน้อยกว่าหรือบางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากว่าฤทธิ์ของยาชานั่นเอง เพียงไม่นานคุณก็จะได้ดวงตาที่สวยสดใสกลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว

คุณสมบัติที่ดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

สำหรับคุณสมบัติที่ดี นอกเหนือไปจากจะทำให้เนื้อที่อยู่ใต้ดวงตานั้น เกิดความอิ่มฟูและดูเด็กลงขึ้นมากแล้ว ก็ยังช่วยลดความหมองคล้ำรอยดำต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย อย่างไรก็ตามถ้าคุณเจอกับคุณหมอที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ หรือไม่เก่ง ข้อเสียที่สามารถประสบพบเจอได้ ก็คือ ดวงตาเป็นก้อนแข็งนูน ไม่เป็นธรรมชาติ เป็นต้น แต่ถ้าคุณคิดกับคุณหมอที่มีคุณภาพใช้สารฟิลเลอร์ที่ดีผ่าน อย. ของประเทศไทยบวกกับเทคนิคของคุณหมอ ก็จะทำให้การฉีดฟิลเลอร์นั้น เป็นธรรมชาติมาก ไม่เป็นก้อน ไม่แข็ง ราวกับเป็นใต้เนื้อดวงตาของคุณจริงๆ เลย สำหรับการคงอยู่ของประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ ที่อยู่ใต้ดวงตานี้ ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิค รวมทั้งชนิดของเซลล์ที่คุณใช้ในปัจจุบันนี้ ก็มีออกมามากมายหลายแบรนด์ หลายรุ่นเลยทีเดียว

โดยในแต่ละรุ่นนั้น ต่างก็มีการใช้กับจุดต่างๆ บนบริเวณใบหน้าที่แตกต่างกัน บางรุ่นสามารถอยู่ได้อย่างต่ำในระยะเวลา 9 เดือน แต่ถ้าคุณใช้ฟิลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพดี และพร้อมกับเปลี่ยนวิถีชีวิตดูแลตัวเองให้ดีขึ้นการฉีดฟิลเลอร์เพียงครั้งเดียว ก็จะสามารถอยู่ได้อย่างยาวนานถึง 1 ปีเลยทีเดียว! ซึ่งก็ถือว่านานมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาในการทำหัตถการรวมทั้งราคาต่างๆ

ฉีดฟิลเลอร์เห็นผลได้ดีจริงหรือเปล่า  

ส่วนคำถามที่ว่าการฉีดฟิลเลอร์ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีเลยหรือเปล่า ต้องบอบอกเลยว่า ถ้าเป็นคุณหมอที่มีฝีมือก็จะเห็นผลได้อย่างทันที 30 – 50 % หลังจากนั้นเมื่อฟิลเลอร์เข้าไปทำปฏิกิริยาใต้ชั้นผิว ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น อย่างชัดเจนได้เรื่อยๆส่วนในเรื่องของแผลนั้น ก็มีขนาดเล็กมากๆ เพราะเป็นเพียงแค่รูขนาดรูเข็มเท่านั้น ทำให้ผู้อ่านไม่ต้องกังวลในเรื่องของแผลเป็นเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการดูแลตัวเองด้วย เพียงแต่อย่าลืมว่า อย่านำมือไปสัมผัสกับแผลให้มากนัก เพราะว่ากำลังทำการปรับสภาพอยู่ ถ้าคุณไปรบกวนมาก ก็อาจจะทำให้ผลลัพธ์นั้น ออกมาได้อย่างเต็มที่ก็เป็นได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง 2

ต้องเลือกสถานบริการที่มีคุณภาพ

ถ้าคุณทำฟิลเลอร์กับคุณหมอที่มีฝีมือ ใช้สารฟิลเลอร์แท้ มีความสะอาด คลินิกเชื่อถือได้ มีคุณภาพ ถ้ามีครบก็แทบจะไม่ต้องไปกังวล ในเรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่ดีที่จะตามมาเลย สุดท้ายก็อย่าลืมนะคะว่าโรงพยาบาลนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆ บางครั้งการแก้ไขอันใดก็ตาม ที่เกี่ยวกับดวงตานั้น เป็นเรื่องยากมากๆ หรือถ้าดวงตาบาดเจ็บหนัก ตาติดเชื้อ จนกระทั่งนำไปสู่อาการตาบอดก็เป็นได้ ซึ่งเป็นหนทางที่แก้ไขไม่ได้แล้ว

เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ตามมาแนะนำว่าให้เลือกคลินิกและคุณหมอที่มีคุณภาพ สามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ได้จริง โดยเฉพาะในขั้นตอนการฉีดนั้นแนะนำให้เช็คกล่อง เข็ม รวมทั้งชื่อแบรนด์ด้วย เช็คให้ครบว่าเพิ่งเปิดใช้งานเป็นครั้งแรกหรือเปล่า เช็คเลขว่าเป็นของแท้หรือเปล่า เพราะว่าทุกนี้ก็ต้องขอบอกเลยว่า มีฟิลเลอร์ปลอมกันออกมาอยู่เรื่อยๆ หลังจากนั้นเมื่อทำการฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว ก็จะต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตบ้างในบางจุด เพื่อที่ว่าจะได้เป็นการส่งเสริมความมั่นใจ ให้เกิดในระยะเวลาอันยาวนานมากขึ้น ทำให้สารของเซลล์นั้นคงอยู่ได้นานมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้สุขภาพใบหน้าโดยรวมของคุณผู้อ่านนั้นดูดีขึ้นด้วยค่ะ