ครีมรักษาฝ้าเลือกซื้ออย่างไรให้ใช้ได้ผลจริง

รอยหมองคล้ำกระฝ้าบนใบหน้าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพวกสาว ๆ อย่างเรา ๆ เป็นอย่างมาก รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที ยิ่งใช้ ยิ่งรักษา ยิ่งลุกลามหนักกว่าเดิม จากผิวที่เคยสุขภาพแข็งแรงกับบอบบาง เพราะเลือกใช้ครีมทาฝ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีส่วนผสมของสารอันตราย ทำให้ผิวหน้าพังเพิ่มขึ้น เรามาทำความรู้จักครีมรักษาฝ้ากันดีกว่าว่า ตัวไหนใช้แล้วปลอดภัยกับสภาพผิวของเรา มีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร และเมื่อใช้แล้วได้ผลจริงหรือไม่ ไปหาคำตอบพร้อมกันเลย

สมุนไพรรักษาฝ้า

ฝ้าเกิดจากอะไร

ก่อนที่เราจะไปเลือกซื้อครีมทาฝ้าเราควรรู้ก่อนว่า“ฝ้าเกิดจากอะไร” ฝ้าเกิดจากเม็ดสีใต้ผิวหนังหรือเมลานินทำงานผิดปกติทำให้ผิวผลิตเม็ดสีเพิ่มมากกว่าปกติอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การพักผ่อนไม่เพียงพอการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารอันตราย เจอแสงแดดจัดหรือแม้กระทั้งการกินยาคุมกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็มีส่วนทำให้เกิดฝ้าขึ้นมาได้

การเลือกครีมรักษาฝ้าที่ดีและปลอดภัย ดูอย่างไร

  1. ดูเลขที่จดแจ้ง รับรองจาก อย. ที่สามารถตรวจสอบที่ไปที่มาได้
  2. ดูวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ ต้องระบุไว้อย่างชัดเจน
  3. ต้องมีแหล่งผลิตอย่างแน่ชัด สามารถตรวจสอบได้ว่าสถานที่ที่อ้างอิงนี้มีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้แค่แอบอ้างเพื่อหลอกขายเท่านั้น
  4. อ่านข้อมูลครีมทาฝ้าแต่ละยี่ห้อให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจซื้อมาใช้ ข้างกล่องต้องมีส่วนผสมในตัวครีม พร้อมระบุวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ไว้หรือในเอกสารกำกับไว้ในกล่องให้แน่ชัด

ส่วนประกอบของครีมทาฝ้าที่ไม่ควรจะมี

  1. สารปรอท

ในสารปรอทถึงจะมีสรรพคุณในการทำหน้าที่ยับยั้งการสร้างเมลานินและทำให้ผิวขาวขึ้น เพราะกายเราสามารถดูดซับสารปรอทผ่านทางผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใช้เป็นเวลานานอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอันตรายต่อผิวหน้า ที่จากเดิมเป็นฝ้าอยู่แล้ว ฝ้ากับลุกลามหนักกว่าเดิม หรืออาจเกิดสิว หน้าบวม เพิ่มขึ้น ก่อนใช้ยาทาฝ้าจึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด อย่าหลงเชื่อคำบอกเล่าจากคนอื่น ว่าใช้แล้วเห็นผลจริงทันใจ

  1. ไม่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน

สารไฮโดรควิโนนเป็นสารที่ช่วยยับยั้งเมลานินในผิว ซึ่งสามารถใช้ได้ในปริมาณที่แพทย์สั่ง ครีมรักษาฝ้าที่มีส่วนประกอบสารไฮโดรควิโนนมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อผิว ถึงแม้เห็นผลไวตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ แต่เมื่อหยุดใช้ฝ้าก็จะกลับมาเหมือนเดิม บางรายอาจแพ้จนทำให้ผิวไหม้ได้อีกด้วย

  1. สารสเตียรอยด์

เป็นสารที่ช่วยให้ผิวขาวไว แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ สารสเตียรอยด์จะเข้าไปทำลายผิว ทำให้ผิวบาง มีผื่นสิวขึ้นเต็มหน้า หรือบางรายอาจมีผลข้างเคียงขึ้นหลังจากหยุดใช้ครีมทาฝ้าที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ก่อนซื้อครีมทาฝ้าควรดูรายละเอียดให้ดีก่อนซื้อ

วิธีการเลือกซื้อครีมรักษาฝ้า

  1. เลือกครีมทาฝ้าที่เหมาะสมกับผิวของเรา การเลือกใช้ครีมทาฝ้าควรดูว่าสภาพผิวของเราว่าแบบไหนเหมาะกับผิวเราที่สุด หากใครที่มีผิวที่แพ้ง่ายควรเลือกครีมที่บอบบาง ใช้แล้วไม่ระคายเคืองต่อผิว ควรเลี่ยงการใช้ครีมรักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือส่วนผสมของน้ำหอม
  2. ทดลองใช้ก่อนเพื่อทดสอบอาการแพ้ ก่อนซื้อครีมทาฝ้ามาทดลองใช้ เราควรทดสอบก่อนว่าครีมที่ใช้จะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เพราะผิวของคนเราแตกต่างกัน การใช้ครีมก็แตกต่างกัน วิธีการทดสอบ นำครีมทาบริเวณเนื้ออ่อน ๆ เช่น ทองแขนหรือหลังใบหู ทิ้งไว้ 20 – 30 นาที ถ้ามีอาการแพ้ มีผื่นคัน มีรอยแดง หรือมีอาการระคายเคือง ควรหยุดใช้ครีมตัวนั้นทันที
  3. หลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนประกอบของสารอันตราย การใช้ครีมทาฝ้าบางรายใช้สารที่เป็นอันตรายผสมเข้าไปในครีมเพื่อให้ครีมใช้ได้ผลเร็วทันใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี หากการใช้ครีมทาฝ้าที่มีส่วนผสมของสารอันตรายมาก ๆ อาจจะทำให้หน้าพัง หรือเมื่อหยุดใช้ฝ้าที่จางหายไปอาจกลับมามากกว่าที่เคยเป็น
  4. อ่านฉลากให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ การซื้อครีมทาฝ้าควรอ่านสลากให้ดีก่อนการตัดสินใจซื้อ ตรวจดูก่อนว่าเหมาะกับสภาพผิวของเราหรือไม่ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมที่เลือกใช้ดี และปลอดภัยกับผิวของเราจริง ๆ
  5. ต้องได้มาตรฐานตามกำหนด อย. รับรองเท่านั้น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และได้รับมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำกับ จึงมั่นใจได้ว่าครีมทาฝ้าที่ใช้อยู่ปลอดภัย ไม่มีสารอันตรายเจือบนอยู่

การใช้ครีมทาฝ้าให้ได้ผล

ครีมทาฝ้ามีอยู่มากมายหลายยี่ห้อให้เราเลือกใช้ มีตั้งแต่ราคาถูกหาซื้อง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป จนถึงแพงจนไม่สามารถจับต้องได้ แต่ถึงราคาจะถูกหรือจะแพงถ้าใช้ครีมไม่ถูกวิธีฝ้าอาจจะไม่หายขาด เรามาดูการใช้ครีมทาฝ้าให้ได้ผล และปลอดภัยกันคะ

  1. ควรล้างหน้าให้สะอาด เป็นการล้างทำความสะอาดฝุ่นควัน และมลพิษต่าง ๆ ตกค้างที่ผิวของเรา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดฝ้า
  2. ทาครีมทาฝ้า เมื่อล้างทำความสะอาดหน้าเสร็จ ทาครีมทาฝ้าบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า หากใครที่มีครีมทาฝ้าหลายตัวควรทาตามขั้นตอน อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ครีมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  3. ทาครีมกันแดดทุกครั้ง แสงแดดเป็นตัวการหลักในการเกิดฝ้า และทำให้ผิวหมองคล้ำ การทาครีมกันแดดทุกวันก่อนแต่งหน้า จะช่วยป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี แถมช่วยลดปัญหาการเกิดฝ้าแดดได้อีกด้วย
  4. เลี่ยงการอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน แสงแดดเป็นตัวการทำให้ผิวเสีย เป็นฝ้า หมองคล้ำ เราควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแสงแดดนาน ๆ แต่ถ้าจำเป็นที่ต้องออกแดดควรหาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น กางร่ม สวมเสื้อแขนยาว หรือใส่หมวก เพื่อป้องกันแสงแดดทำลายผิวฝ้าแดด


วิธีการรักษาฝ้าวิธีอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการใช้ครีม

การรักษาฝ้าไม่ใช้มีแค่วิธีการทาครีมเพื่อให้ฝ้าหายเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยให้ฝ้าจางลง มีวิธีอะไรบ้างไปดูกัน

  1. ผลัดเซลล์ผิวด้วยการสครับ การสครับผิวเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ฝ้าจางลง การสครับเพื่อขัดเอาเซลล์ผิวเก่า ออกจะช่วยให้จุดด่างดำรอยฝ้าจางลงได้ การเลือกสครับที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า สครับอย่างเบามือ ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยฝ้าดูจากลงอย่างเห็นผลได้ชัด
  2. ทำเลเซอร์รักษาฝ้า การทำเลเซอร์เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำและตรงจุดที่สุด สามารถรักษารอยฝ้าให้หายขาดได้ในทันที แต่วิธีทำเลเซอร์นี้ มีราคาค่อนข้างสูง จึงเป็นวิธีสุดท้ายที่จะตัดสินใจทำ แต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากทีเดียว
  3. รักษาตามวิธีธรรมชาติ การรักด้วยวิธีธรรมชาติ คือการนำสมุนไพรใกล้ตัวมามาส์กหน้า จะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส ฝ้า กระ และแผลเป็นที่เกิดจากสิว จางลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด แต่ได้ผลเกินคาด
  4. รักษาด้วยการฉีดยารักษาฝ้า การฉีดยารักษาฝ้าเป็นการรักษาฝ้าที่ตรงจุด ได้ผลจริงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เพราะยาที่ใช้เป็นยาที่ใช้รักษาฝ้าโดยเฉพาะ และมั่นใจได้ว่าฝ้าจะไม่กลับมาอีกอย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่ทำหลายวิธีแล้วก็ไม่หายสักที ลองรักษาด้วยการฉีดยากันดู จะช่วยรักษาฝ้าได้ดีอย่างแน่นอน

เป็นฝ้าหลายคนบอกรักษาไม่หาย หรือถ้าหายแล้วโอกาสจะกลับมาเป็นอีกก็ง่าย เราได้รวบรวมวิธีรักษาฝ้า แลวิธีการเลือกซื้อครีมทาฝ้า ที่ใช้แล้วได้ผลจริง 100 % บางอย่างอาจจะเห็นผลช้า แต่รับรองว่าปลอดภัยต่อผิวหน้า ทำให้หน้าสวยกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองไปทำตามดูนะค่ะ