กลิ่นตัวแรงเกิดจากอะไร? และวิธีลดกลิ่นตัวที่ทำได้ไม่ยาก

กลิ่นตัวเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ที่มักเกิดกับใครหลายๆ คนหากไม่ดุแลตัวเองให้ดีปัญหากลิ่นตัวจะต้องเกิดขึ้นกับคุนอย่างแน่นอน และเมื่อไหร่ที่คุณมีกลิ่นตัวไม่ว่าใครก็ต้องรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้คุณอย่างแน่นอน วันนี้เราเลยได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลิ่นตัว การลดปัญหาการมีกลิ่นตัว มาฝากใครที่มีปัญหากลิ่นตัวอยู่บ่อยๆมาดูกันเลยว่ามีวิธีไหนที่ช่วยลดปัญหากลิ่นตัวได้บ้าง

กลิ่นตัวแรง

กลิ่นตัวแรงเกิดจากอะไร

กลิ่นตัวเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยจะเริ่มตั้งแต่มีกลิ่นเหม็นอ่อนไปจนถึงมาก และบริเวณที่มักมีกลิ่นมากที่สุดนั่นก็คือ ศีรษะ ท้ายทอย รักแร้ ขาหนีบ และบริเวณที่เป็นข้อพับต่างๆ รวมไปจนถึงอวัยวะเพศ ซึ่งกลิ่นตัวที่เกิดขึ้นกับใครหลายๆ คนนั้นมักมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีการฝังตัวอยู่ตามบริเวณต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณที่มีการอับชื้นมากๆ ก็มักจะเกิดกลิ่นเหม็นมากที่สุด

เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวไปทำปฏิกิริยากับต่อมเหงื่อด้วยการย่อยสลายเหงื่อ จนกลายเป็นเชื้อราและกรดไขมัน ส่งผลทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นๆเกิดการอับชื้น และมีกลิ่นเหม็นตามมาโดยทั่วไปแล้วกลิ่นตัวจะพบมากที่สุดในผู้ชายซึ่งมากกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายจะมีการผลิตต่อมเหงื่อมากกว่าผู้หญิงทำให้มีเหงื่อออกตลอดทั้งวัน และที่สำคัญการทำความสะอาดร่างกายของผู้ชายกับผู้หญิงนั้นจะแตกต่างกันมาก เพราะผู้หญิงจะดูแลรักษาความสะอาดมากกว่าผู้ชายจึงทำให้ไม่ค่อยมีกลิ่นตัวมากนัก

12 วิธีดับกลิ่นตัว ทำง่ายได้ผลจริง

หากใครที่มีกลิ่นตัวบ่อยๆ จนคนรอบข้างรู้สึกรำคาญคุณสามารถดับกลิ่นตัวได้ง่ายๆด้วยวิธีต่อไปนี้

1.อาบน้ำชำระร่างกายการทำความสะอาดร่างกายที่ดีที่สุดคือการอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อที่จะช่วยกำจัดเหงื่อให้หมดจากร่างกาย และควรถูทำความสะอาดร่างกายให้ทุกซอกทุกมุมด้วย โดยเฉพาะจุดอับชื้นต่างๆ เพื่อที่เชื้อแบคทีเรียต่างๆ จะได้หมดไป

2.ทำความสะอาดร่างกายด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยยับยั้งแบคทีเรียได้ โดยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ดีจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้เหงื่อ เชื้อแบคทีเรียหรือไขมันน้อยลง หากทำแบบนี้เป็นประจำกลิ่นตัวจะลดลงได้อย่างแน่นอน ดังนั้นมาทำความสะอาดร่างกายบ่อยๆ กันดีกว่า

3.สำหรับสาวๆ ที่มีประจำเดือนควรหมั่นทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นบ่อยๆ โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยน และที่สำคัญควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอับชื้นจนเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง โดยนอกจากจะช่วยลดกลิ่นอับได้แล้ว ยังช่วยป้องกันปัญหาเชื้อราหรือการติดเชื้อในช่องคลอดได้อีกด้วย

4.หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกบ่อยๆ หากคุณเป็นคนที่มีเหงื่อออกง่ายหรือเหงื่ออกเยอะกว่าปกติ คุณควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากๆ และเลือกอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทจะดีที่สุด เพื่อที่ร่างกายของคุณจะได้ไม่เกิดการสะสมความชื้นจนกลายเป็นกลิ่นตัว

5.เลือกใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเป็นธรรมชาติ การที่เราใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาจนเกินไปเมื่อเหงื่ออกมากๆ จะทำให้เกิดการดูดซับและสะสมเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัว เพราะฉะนั้นคุณควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดีจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นตัว

6.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีความหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีนและธัญพืชต่างๆ เช่นผักสด ผักใบเขียว ผักเหลือง เป็นต้น รวมไปจนถึงผลไม้สดด้วย และอาหารที่มีสารอาหารจำพวก ธาตุสังกะสี หรือแมกนีเซียม เช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮวีทและอาหารทะเล เช่น ปลาน้ำลึก กุ้ง เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวนั้นจะช่วยลดกลิ่นตัวได้อย่างแน่นอน

7.หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นแรง จำพวกเนื้อสัตว์ เช่น แกงกะหรี่ กระเทียม ชะอม เครื่องเทศต่างๆ หมู ไก่ ตับ ช็อกโกแลต ถั่งต่างๆ เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะทานอาหารดังกล่าวไม่ได้เลยนะแต่ควรเลือกทานในปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวนั่นเองแต่หากเมื่อไหร่ที่คุณทานอาหารดังกล่าวในปริมาณที่มากจนเกินไปก็จะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้อย่างแน่นอน

8.ดีท็อกซ์ สารพิษต่างๆที่อยู่ในร่างกายของคนเรานั้นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ ดังนั้นการดีท็อกซ์ร่างกายจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยการเลือกทานผักผลไม้สดเป็นประจำหรือจะทานเป็นอาหารเสริมก็ได้เช่นกันแต่ควรเป็นอาหารเสริมที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเท่านั้นนะ

9.สารสกัดจากธรรมชาติ น้ำมันสกัดจากธรรมชาติหลายชนิดจะมีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้สารสกกัดจากธรรมชาตินี้ได้จากหลากหลายผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว เช่นสารส้ม หรืออาจะเป็นสารส้มสะตุนำมาผสมกับพิมเสนบดให้ละเอียดแล้วนำนำมาผสมกับแป้งฝุ่นหยดน้ำเล็กน้อยใช้ทารักแร้ช่วยลดกลิ่นตัวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่การใช้วิธีนี้นั้นคุณจะต้องหมั่นทำเป็นประจำทุกวันจึงจะสามารถช่วยลดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ได้

10.เบคกิ้งโซดาหรือผงฟูสามารถนำมาเป็นตัวชาวยในการกำจัดกลิ่นตัวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดยการนำเบคกิ้งโซดามาผสมกับน้ำเล็กน้อยแล้วนำมาทาที่รักแร้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาดแค่นี้กลิ่นตัวก็จะหมดไปทันที เนื่องจากเบคกิ้งโซดานั้นสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัวได้ อีกทั้งเบคกิ้งโซดานั้นยังสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้วให้หลุดออกไปได้ด้วย ทำให้ผิวของคุณมีการเผยผิวใหม่ที่สดใสและสวยเรียบเนียนกว่าเดิมอีกด้วย

11.น้ำสกัดใบสะระแหน่ วิธีนี้ง่ายมากแต่ได้ผลแน่นอนโดยการนำใบสะระแหน่มาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำไปแช่สัก 10 นาที จากนั้นค่อยนำน้ำสกัดใบสะระแหน่มาใช้ จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก และที่สำคัญสามารถกำจัดกลิ่นตัวให้หมดไปได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้นใครที่มีกลิ่นตัวแรง ก็ลองใช้วิธีนี้กันดู รับรองว่าได้ผล แถมทำง่ายไม่ยุ่งยากอีกด้วย

ลดกลิ่นตัว

12.หากใครที่มีกลิ่นตัวมากๆ ไม่ว่าจะกำจัดกลิ่นตัวด้วยวิธีไหนก็ไม่หมดไปซักที ให้คุณไปพบแพทย์ได้เลยเพื่อทำการรักษาให้ตรงจุด ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้คุณผ่าตัดเพื่อที่จะตัดต่อมเหงื่อหรือเส้นประสาทที่ควบคุมต่อมเหงื่อนั้นทิ้งไป ซึ่งต้องบอกเลยว่าวิธีนี้นั้นสามารถใช้ได้ผลจริง แต่การรักษาด้วยวิธีนี้นั้นอาจมีผลเสียคือทำให้เกิดแผลได้ แต่นอกจากนี้แพทย์บางคนอาจจะมีการแนะนำให้คุณทำการผ่าตัดต่อมไขมันใต้ผิวหนังออก หรือไม่ก็อาจจะใช้วิธีการดูดไขมันบริเวณใต้รักแร้ออกก็ได้ เพื่อที่จะจบปัญหากลิ่นตัวออกไปอย่างถาวรและต่อไปไมไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะมีกลิ่นตัวอีกต่อไป

เพราะการมีร่างกายที่สะอาดมีกลิ่นหมอไร้กลิ่นตัวนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะไม่ใช่แค่ส่งผลดีกับตัวเราเท่านั้นแต่ยังส่งผลดีต่อคนรอบตัวของเราด้วย เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะยิ่งเราดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ร่างกายของเราก็จะไม่เกิดกลิ่นตัวอย่างแน่นอน แต่หากใครที่ยังไม่รู้จะรักษาและดูและตัวเองด้วยวิธีไหนดีนั้นก็สามารถนำวิธีที่เรานำมาแนะนำไปใช้ได้เลย เพราะเป็นวิธีที่ใช้แล้วเห็นลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยลดกลิ่นตัวได้อย่างถาวรนั่นก็คือการอาบน้ำเพื่อชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกายนั้นเอง เมื่อร่างกายของเราสะอาดก็จะไม่เกิดการสะสมของเชื่อแบคทีเรียและกลิ่นตัวก็จะไมเกิดอย่างแน่นอน